Matichon
พลิกที่ราชพัสดุ สร้าง ‘มูลค่า-คุณค่า’ ทรัพย์แผ่นดิน หนุน ศก.ชุมชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ที่ราชพัสดุอาจดูเป็นเพียงที่ดินของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป พื้นที่แต่ละแปลงกลับมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่ดินสำหรับใช้ในราชการ บางพื้นที่สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ประชาชน บางพื้นที่สามารถต่อยอดเป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจ ขณะที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้ เช่นเดียวกับการนำพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
Key facts
- เมื่อมองกลับมาที่ภาพรวมของกรมธนารักษ์ การนำทรัพย์สินของรัฐไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ยังเชื่อมโยงกับภารกิจด้านการจัดเก็บรายได้โดยปีงบประมาณ 2569 กรมธนารักษ์ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ 1.19 หมื่นล้านบาท
- ในระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ อัครุตม์ระบุว่า กรมธนารักษ์ไม่ได้ตั้งเป้าเพียงให้ถึงตัวเลขเดิม แต่ต้องการขยับเป้าหมายขึ้นไปที่ 1.4 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งอธิบายว่าโครงสร้างรายได้หลักจากที่ราชพัสดุแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การเช่าเพื่อการเกษตร
- ขณะนี้เราขาดอีกเพียง 300 ล้านบาทก็จะครบตามเป้าหมายเดิม แต่ในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ เราตั้งเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม โดยมุ่งเป้าที่จะจัดเก็บรายได้รวมให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ 1.4
- เมื่ออาคารถูกส่งคืน การบริหารจัดการจึงต้องตอบให้ได้ว่า จะทำอย่างไรให้ทรัพย์สินที่มีอยู่กลับมาสร้างประโยชน์อีกครั้ง กรมธนารักษ์จึงดำเนินการประมูลสิทธิการเช่า และในปี 2561 เห็นชอบผลการประมูลให้บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด
- พื้นที่ใช้สอยของอาคารประมาณ 4,252 ตารางเมตร บนพื้นที่ประมาณ 76 ไร่โดยมีสัญญาเช่า 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2596
- ที่ราชพัสดุอาจดูเป็นเพียงที่ดินของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป พื้นที่แต่ละแปลงกลับมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่ดินสำหรับใช้ในราชการ
Summary
ที่ราชพัสดุอาจดูเป็นเพียงที่ดินของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป พื้นที่แต่ละแปลงกลับมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่ดินสำหรับใช้ในราชการ บางพื้นที่สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ประชาชน บางพื้นที่สามารถต่อยอดเป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจ ขณะที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้ เช่นเดียวกับการนำพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญอยู่ที่โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ชพ.521 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เนื้อที่รวมประมาณ 100 ไร่
อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า กรมธนารักษ์นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ในพื้นที่ราชพัสดุ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว พร้อมตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการอาคารราชพัสดุที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ทั้งโครงการโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค-กระบือ (ฮาลาล) อ.ท่าแซะและโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเป็นห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ในตัวเมืองชุมพร เพื่อผลักดันการใช้ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการพาไปดูตัวอย่างของการบริหารที่ราชพัสดุในหลายมิติ ตั้งแต่การจัดการปัญหาการถือครองที่ดินของประชาชน ไปจนถึงการนำอาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับมาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการต่อยอดพื้นที่เดิมด้วยพลังงานสะอาด