← Back to KHAO

พลิกที่ราชพัสดุ สร้าง ‘มูลค่า-คุณค่า’ ทรัพย์แผ่นดิน หนุน ศก.ชุมชน

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

พลิกที่ราชพัสดุ สร้าง ‘มูลค่า-คุณค่า’ ทรัพย์แผ่นดิน

ที่ราชพัสดุอาจดูเป็นเพียงที่ดินของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป พื้นที่แต่ละแปลงกลับมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่ดินสำหรับใช้ในราชการ บางพื้นที่สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ประชาชน บางพื้นที่สามารถต่อยอดเป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจ ขณะที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้ เช่นเดียวกับการนำพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

Key facts

Summary

ที่ราชพัสดุอาจดูเป็นเพียงที่ดินของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลและจัดสรรให้เกิดประโยชน์ แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป พื้นที่แต่ละแปลงกลับมีศักยภาพที่แตกต่างกัน และสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นเพียงที่ดินสำหรับใช้ในราชการ บางพื้นที่สามารถนำมาช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้ประชาชน บางพื้นที่สามารถต่อยอดเป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจ ขณะที่อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ใช้งานก็สามารถนำกลับมาสร้างมูลค่าใหม่ได้ เช่นเดียวกับการนำพลังงานสะอาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญอยู่ที่โครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ชพ.521 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เนื้อที่รวมประมาณ 100 ไร่

อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า กรมธนารักษ์นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ในพื้นที่ราชพัสดุ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว พร้อมตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการอาคารราชพัสดุที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ทั้งโครงการโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค-กระบือ (ฮาลาล) อ.ท่าแซะและโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเป็นห้างสรรพสินค้าและโรงภาพยนตร์ในตัวเมืองชุมพร เพื่อผลักดันการใช้ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการพาไปดูตัวอย่างของการบริหารที่ราชพัสดุในหลายมิติ ตั้งแต่การจัดการปัญหาการถือครองที่ดินของประชาชน ไปจนถึงการนำอาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับมาสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการต่อยอดพื้นที่เดิมด้วยพลังงานสะอาด

Read full article at Matichon →