Brand Inside
ต่างชาติลงทุน ‘ไทย’ 90% คือ ดาต้าเซ็นเตอร์ ส่วน ‘เวียดนาม’ ต่างชาติเน้นลงทุนภาคการผลิต จ้างคนเยอะ-ซื้อของในประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ หรือ ‘FDI’ อาจดูเหมือนเป็นตัวชี้วัดว่า ใครสามารถดึงเงินเข้าประเทศได้มากกว่า
Key facts
- ‘เวียดนาม’ นับเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูด FDI ในภูมิภาคอาเซียน โดยมูลค่า FDI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือเกือบ 2.6 แสนล้านบาทในปี 2553 มาอยู่ที่ราว 7.14 แสนล้านบาทในปี 2568
- ข้อมูลจาก ‘ศูนย์วิจัยกสิกรไทย’ ระบุว่า เวียดนามมีประชากรราว 102 ล้านคน มากกว่าไทยที่มีประมาณ 66 ล้านคน ขณะที่การเติบโตของ GDP เฉลี่ยในช่วงปี 2567-2568 อยู่ที่ 7.5% เทียบกับไทยที่ 2.7%
- เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ หรือ ‘FDI’ อาจดูเหมือนเป็นตัวชี้วัดว่า ใครสามารถดึงเงินเข้าประเทศได้มากกว่า
- นอกจากเป็นฐานผลิต ทำไมเวียดนามถึงน่าสนใจ?
- ‘เครือข่ายความตกลงการค้าเสรี’ อีกแต้มต่อของเวียดนาม
- โจทย์ของไทยคือ ทำอย่างไรให้ FDI สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
Summary
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เงินลงทุนเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในภาคธุรกิจใด เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในประเทศอย่างไร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มต่อได้มากแค่ไหน
‘เวียดนาม’ นับเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูด FDI ในภูมิภาคอาเซียน โดยมูลค่า FDI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ฯ หรือเกือบ 2.6 แสนล้านบาทในปี 2553 มาอยู่ที่ราว 7.14 แสนล้านบาทในปี 2568
โครงสร้างการลงทุนดังกล่าวมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจเวียดนามในระยะยาว ทั้งผ่านการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาซัพพลายเชนภายในประเทศ