iLaw
1 ปีในเรือนจำของ 5 จำเลยคดี ม. 110 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกคนละ 16 ปี ส่วนเอกชัยเพิ่มโทษ 1 ใน 3 รวม 21 ปี 4 เดือน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วที่เอกชัย หงส์กังวาน ฟรานซิส-บุญเกื้อหนุน เป้าทอง ตัน-สุรนาถ แป้นประเสริฐ ชนาธิปและภาณุภัทร์ถูกคุมขังตามคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 มูลเหตุแห่งคดีสืบเนื่องจากคณะราษฎรประกาศเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปที่ทำเนียบรัฐบาล ขบวนหลักเคลื่อนไปหยุดที่แนวกั้นบริเวณพาณิชย์พระนครก่อนถึงแยกนางเลิ้ง ขณะที่บางส่วนไปรอที่ถนนพิษณุโลก ระหว่างนั้นมีขบวนเสด็จของพระราชินีและเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ
Key facts
- เป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วที่เอกชัย หงส์กังวาน ฟรานซิส-บุญเกื้อหนุน เป้าทอง ตัน-สุรนาถ แป้นประเสริฐ ชนาธิปและภาณุภัทร์ถูกคุมขังตามคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563
- ตันเห็นว่าการนั่งลงน่าจะหยุดการรุกคืบของตำรวจ ลดการปะทะไม่เกิดการบาดเจ็บข้าจึงตะโกนบอกให้นั่งลง เพราะคิดว่าดีที่สุด แต่เหตุการณ์ผ่านไปราว 20 วินาที
- คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง อย่างไรก็ตามในชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งหมดมีความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ประกอบมาตรา 80 มาตรา 215 มาตรา 385 และกีดขวางทางจราจร โดยฐานกีดขวางทางจราจรให้ปรับทางพินัย
- สถานการณ์ในเรือนจำ เอกชัยที่ถูกคุมขังในเรือนจำคลองเปรม มีปัญหาทางด้านสุขภาพจากภาวะต่อมลูกหมากโต ตับโตและม้ามโต ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคประชาชนจึงได้ยื่นหนังสือต่อหลายหน่วยงานทั้งฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
Summary
ฟรานซิสและตันบอกว่า ในวันเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุเป็นสถานที่โล่งแจ้ง มีผู้คนจำนวนมาก มีเสียงอื้ออึงทำให้ประชาชนรับรู้เหตุการณ์ต่างกัน เช่น คำให้การของ ส.ต.ต.พันธ์เทพ กระจ่างศรี ในฐานะพยานโจทก์ เขามีภารกิจหลักคือป้องกันผู้ชุมนุม ประจำจุดทำเนียบรัฐบาลเวลา 17:00 น. พยานยืนแถวราวครึ่งชั่วโมงยังไม่ทราบภารกิจ ซึ่งพยานมาทราบภารกิจเกี่ยวกับขบวนเสด็จภายหลังผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว และไม่ทราบว่าเป็นขบวนเสด็จของพระองค์ใด จนกระทั่งเสร็จภารกิจวันนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเป็นขบวนของใคร
คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง อย่างไรก็ตามในชั้นอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งหมดมีความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ประกอบมาตรา 80 มาตรา 215 มาตรา 385 และกีดขวางทางจราจร โดยฐานกีดขวางทางจราจรให้ปรับทางพินัย การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทที่หนักที่สุดตามมาตรา 110 จำคุกคนละ 16 ปี เพิ่มโทษเอกชัย จำเลยที่ 1 ตามคำขอของโจทก์ เพิ่ม 1 ใน 3 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 21 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา จำเลยทั้งหมดถูกคุมขังระหว่างฎีกานับแต่นั้น
นอกจากนี้ในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ทนายความของฟรานซิสและตันยื่นฎีกา ในประเด็นดังต่อไปนี้