Thansettakij
‘ศุภจี’ เปิดผลถก USTR ปิดจ็อบความตกลง ART สหรัฐฯ มั่นใจไทยรับข่าวดี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
รองนายกฯ ‘ศุภจี’ เปิดผลการเดินทางเจรจา USTR ปิดจ็อบสาระสำคัญความตกลง ART สหรัฐฯ ได้แล้ว เหลือเคลียร์เทคนิค มั่นใจว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีจากผลการไต่สวนดังกล่าวอย่างเป็นธรรมและแข่งขันได้
Key facts
- ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 3 ล้านล้านบาทโดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 2.37 ล้านล้านบาท ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 7 แสนล้านบาท โดยไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มูลค่า 1.68
- วันที่ 4 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ณ กรุงวอชิงตัน
- ต่อมา แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะตัดสินให้การเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่สหรัฐฯ ก็ได้หันมาใช้มาตรา 122 เพื่อเก็บภาษีร้อยละ 10 จากทุกประเทศแทน แต่จากการที่มาตรา 122 มีกำหนดเวลาสิ้นสุด สหรัฐฯ
- นางศุภจี กล่าวว่า ก่อนหน้าการเดินทางเยือนครั้งนี้ ตนได้ติดตามความคืบหน้าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนยังได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Greer
Summary
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จนได้ข้อสรุปในสาระสำคัญของความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART)
สหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่าไทยจะได้รับอัตราภาษีที่เป็นธรรมและแข่งขันได้จากผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน
ด้วยเหตุนี้ การเร่งผลักดันให้การเจรจา ART มีความคืบหน้าและได้ข้อสรุปโดยเร็ว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของไทย มูลค่ากว่า 2.37 ล้านล้านบาท และการจ้างงานภายในประเทศกว่า 400,000 ตำแหน่ง อีกทั้งจะช่วยรักษาและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในประเทศไทย