Nation TV
STORY : เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กับตัวเลข “89%” ที่อาจกลายเป็นโจทย์หนักของรีพับลิกัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สิ่งที่พรรครีพับลิกันต้องเผชิญอาจไม่ใช่แค่คะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ลดลง แต่คือความรู้สึกของชาวอเมริกันที่มองว่า “การทุจริตในรัฐบาล” กำลังแพร่กระจายมากที่สุดในรอบ 20 ปี
Key facts
- ผลสำรวจของ Gallup ระบุว่า ชาวอเมริกัน 89% มองว่าการทุจริตในรัฐบาลสหรัฐฯ มีอยู่อย่างแพร่หลาย ตัวเลขนี้สูงที่สุดในรอบ 20 ปี เพิ่มจาก 79% ในปี 2568 และสูงกว่าช่วงปี 2553–2568 ซึ่งเคยอยู่ในกรอบประมาณ 72%–79% แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขรวม
- ในปี 2567 ช่วงรัฐบาลโจ ไบเดน สมาชิกพรรคเดโมแครตที่มองว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลายอยู่ที่ 57% แต่หลังเข้าสู่วาระที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเลขในกลุ่มเดโมแครตเพิ่มเป็น 76% ในปี 2568 ก่อนจะพุ่งเป็น 91% ในปีนี้ ตัวเลขนี้จึงสะท้อนว่า
- อีกตัวเลขที่ถูกพูดถึง คือคะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ลดลงมาอยู่ราว 32–33% โดยผลสำรวจที่อ้างถึงจาก Forbes และ University of Massachusetts Amherst ระบุว่า ชาวอเมริกัน 64% ไม่พอใจผลงานของทรัมป์ ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ
- แม้ระดับความไม่พอใจจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสามกลุ่มล้วนมีเสียงข้างมากที่มองว่า ปัญหาการทุจริตในรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และเมื่อเทียบกับภาคเอกชน ผู้ตอบแบบสำรวจ 89% มองว่าปัญหาทุจริตเกิดในภาครัฐ สูงกว่าภาคเอกชนที่อยู่ที่ 71%
- กระทรวงการคลังและโรงกษาปณ์สหรัฐฯ เตรียมจำหน่ายเหรียญสะสมที่มีภาพทรัมป์ เหรียญดังกล่าวแท้จริงแล้วเป็นเหรียญหมุนเวียนชนิดราคา 1 ดอลลาร์ ที่ถูกนำมาจัดจำหน่ายในแพ็กเกจแบบพรีเมียม เช่น แบบม้วน 25 เหรียญ ราคา 61 ดอลลาร์ และแบบถุง 100 เหรียญ ราคา
Summary
ในปี 2567 ช่วงรัฐบาลโจ ไบเดน สมาชิกพรรคเดโมแครตที่มองว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลายอยู่ที่ 57% แต่หลังเข้าสู่วาระที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเลขในกลุ่มเดโมแครตเพิ่มเป็น 76% ในปี 2568 ก่อนจะพุ่งเป็น 91% ในปีนี้ ตัวเลขนี้จึงสะท้อนว่า “การรับรู้เรื่องทุจริต” เปลี่ยนตามบริบททางการเมืองอย่างชัดเจน และเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา สิ่งที่รีพับลิกันต้องรับมือจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องผลงานของรัฐบาล แต่ยังต้องตอบคำถามว่า ทำไมคนจำนวนมากจึงมองว่าระบบรัฐบาลไม่น่าไว้วางใจมากขึ้น
การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจไม่ได้เลือกประธานาธิบดี แต่ผลของมันสามารถเปลี่ยนสมดุลอำนาจในวอชิงตันได้อย่างมาก เพราะในทุก 4 ปี เมื่อเดินมาถึงช่วงกลางวาระของประธานาธิบดี สหรัฐฯ จะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ทั้งหมด 435 ที่นั่ง พร้อมกับสมาชิกวุฒิสภาอีกประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด 100 ที่นั่ง รวมถึงผู้ว่าการรัฐ สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับรัฐ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในหลายพื้นที่ ดังนั้น แม้ชื่อของโดนัลด์ ทรัมป์จะไม่ได้อยู่บนบัตรเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครประธานาธิบดี
แม้ระดับความไม่พอใจจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสามกลุ่มล้วนมีเสียงข้างมากที่มองว่า ปัญหาการทุจริตในรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และเมื่อเทียบกับภาคเอกชน ผู้ตอบแบบสำรวจ 89% มองว่าปัญหาทุจริตเกิดในภาครัฐ สูงกว่าภาคเอกชนที่อยู่ที่ 71% นี่จึงไม่ใช่เพียงประเด็นการเมืองระหว่างพรรค แต่กำลังกลายเป็นปัญหาเรื่อง ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล