← Back to KHAO

STORY : เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กับตัวเลข “89%” ที่อาจกลายเป็นโจทย์หนักของรีพับลิกัน

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

STORY : เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ กับตัวเลข “89%” ที่อาจกลายเป็นโจทย์หนักของรีพับลิกัน

เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สิ่งที่พรรครีพับลิกันต้องเผชิญอาจไม่ใช่แค่คะแนนนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ลดลง แต่คือความรู้สึกของชาวอเมริกันที่มองว่า “การทุจริตในรัฐบาล” กำลังแพร่กระจายมากที่สุดในรอบ 20 ปี

Key facts

Summary

ในปี 2567 ช่วงรัฐบาลโจ ไบเดน สมาชิกพรรคเดโมแครตที่มองว่ามีการทุจริตอย่างแพร่หลายอยู่ที่ 57% แต่หลังเข้าสู่วาระที่สองของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวเลขในกลุ่มเดโมแครตเพิ่มเป็น 76% ในปี 2568 ก่อนจะพุ่งเป็น 91% ในปีนี้ ตัวเลขนี้จึงสะท้อนว่า “การรับรู้เรื่องทุจริต” เปลี่ยนตามบริบททางการเมืองอย่างชัดเจน และเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา สิ่งที่รีพับลิกันต้องรับมือจึงไม่ใช่เพียงการปกป้องผลงานของรัฐบาล แต่ยังต้องตอบคำถามว่า ทำไมคนจำนวนมากจึงมองว่าระบบรัฐบาลไม่น่าไว้วางใจมากขึ้น

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจไม่ได้เลือกประธานาธิบดี แต่ผลของมันสามารถเปลี่ยนสมดุลอำนาจในวอชิงตันได้อย่างมาก เพราะในทุก 4 ปี เมื่อเดินมาถึงช่วงกลางวาระของประธานาธิบดี สหรัฐฯ จะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ทั้งหมด 435 ที่นั่ง พร้อมกับสมาชิกวุฒิสภาอีกประมาณ 1 ใน 3 ของทั้งหมด 100 ที่นั่ง รวมถึงผู้ว่าการรัฐ สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับรัฐ และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในหลายพื้นที่ ดังนั้น แม้ชื่อของโดนัลด์ ทรัมป์จะไม่ได้อยู่บนบัตรเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครประธานาธิบดี

แม้ระดับความไม่พอใจจะแตกต่างกัน แต่ทั้งสามกลุ่มล้วนมีเสียงข้างมากที่มองว่า ปัญหาการทุจริตในรัฐบาลเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง และเมื่อเทียบกับภาคเอกชน ผู้ตอบแบบสำรวจ 89% มองว่าปัญหาทุจริตเกิดในภาครัฐ สูงกว่าภาคเอกชนที่อยู่ที่ 71% นี่จึงไม่ใช่เพียงประเด็นการเมืองระหว่างพรรค แต่กำลังกลายเป็นปัญหาเรื่อง ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

Read full article at Nation TV →