Thairath
ลุยพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ ประชาชนต้องติดต่อง่ายขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ปกรณ์” ประเดิมรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ชี้ ถึงเวลาพัฒนาระบบราชการจริงจัง รื้อขั้นตอน-เชื่อมข้อมูล ผลชี้วัดความสำเร็จ ประชาชนต้องติดต่อราชการง่ายขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง รวดเร็ว-โปร่งใส
Key facts
- วันที่ 5 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน”
- ชี้ ถึงเวลาพัฒนาระบบราชการจริงจัง รื้อขั้นตอน-เชื่อมข้อมูล ผลชี้วัดความสำเร็จ ประชาชนต้องติดต่อราชการง่ายขึ้น ใช้เอกสารน้อยลง รวดเร็ว-โปร่งใส
- อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งมีรายจ่ายประจำประมาณร้อยละ 73 ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 หากสามารถลดภาระรายจ่ายประจำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐได้ ก็จะมีโอกาสขยับสัดส่วนงบลงทุนจากประมาณร้อยละ 20
- ผลสำเร็จของการพัฒนาระบบราชการ ต้องวัดจากสิ่งที่ประชาชนสัมผัสได้ โดยเฉพาะระยะเวลาให้บริการ ซึ่งนายปกรณ์เห็นว่ากระบวนงานภาครัฐควรใช้เวลาลดลงอย่างน้อยประมาณร้อยละ 20-30 ภายหลังการปรับระบบและนำกฎหมายอำนวยความสะดวกมาใช้
Summary
วันที่ 5 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ซึ่งประเดิมออกอากาศตอนแรกวันนี้เมื่อเวลา 09.05 น. โดยระบุถึงเหตุผลที่เลือกใช้คำว่า “การพัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” แทนคำว่า “การปฏิรูประบบราชการ”
นายปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ในปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญความท้าทาย ทั้งความผันผวนของการค้าโลก มาตรการกดดันระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก ปัญหาสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ดินถล่ม อากาศร้อนจัดและไฟป่า ตลอดจนการเข้าสู่สังคมสูงวัยและจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างปรับโครงสร้างและวิธีบริหารภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งมีรายจ่ายประจำประมาณร้อยละ 73 ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 หากสามารถลดภาระรายจ่ายประจำและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐได้ ก็จะมีโอกาสขยับสัดส่วนงบลงทุนจากประมาณร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 ทำให้ประเทศมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาและรับมือความท้าทายในอนาคตมากขึ้น