Post Today
“สมชัย” ตั้งข้อสังเกตกรอบ 4 ข้อ ส่อเปิดทางรอดคดีฮั้วสว.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
อดีต กกต. เปิดรายงานประชุมอนุกรรมการชุดที่ 36 ตั้งคำถามเกณฑ์ “ยินยอม-เจตนา” อาจทำให้สาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ก่อนมีมติยกคำร้อง 229 ราย
Key facts
- นายสมชัยอ้างถึงรายงานการประชุมครั้งที่ 3 ว่า แม้นายชวนะ ไตรมาส ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการ แต่นายอนุชา จันทร์สุริยา ซึ่งเป็นอนุกรรมการ กลับมีบทบาทหลักในการประชุมและเป็นผู้เสนอกรอบวินิจฉัยดังกล่าว
- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นตอนที่ 4 ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งรับผิดชอบไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า
- กรอบนี้ใช้พิจารณาความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งห้ามฝ่ายการเมืองช่วยเหลือผู้สมัคร และห้ามผู้สมัครขอหรือยอมรับความช่วยเหลือ โดยกำหนดองค์ประกอบ 4 ข้อ ได้แก่ ผู้กระทำต้องเป็นผู้สมัคร
- อาจไม่ครอบคลุมผู้สมัครที่เข้าร่วมกระบวนการเพื่อทำหน้าที่ลงคะแนนให้บุคคลอื่น โดยไม่ได้มุ่งหวังให้ตนเองได้รับเลือก หากใช้เกณฑ์นี้ ผู้สมัครที่มีบทบาทเพียงผู้ลงคะแนนและได้ศูนย์คะแนนอาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิด
Summary
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตว่ากรอบวินิจฉัย 4 ข้อของอนุกรรมการไต่สวนคดีฮั้ว สว. อาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เอาผิดผู้สมัครและฝ่ายการเมืองได้ยาก
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นตอนที่ 4 ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งรับผิดชอบไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า คณะอนุกรรมการได้กำหนดกรอบวินิจฉัย 4 ข้อที่อาจทำให้เอาผิดทั้งผู้สมัครและฝ่ายการเมืองได้ยากขึ้น
ส่วนเงื่อนไขเรื่อง “เจตนาให้ตนได้รับเลือก” อาจไม่ครอบคลุมผู้สมัครที่เข้าร่วมกระบวนการเพื่อทำหน้าที่ลงคะแนนให้บุคคลอื่น โดยไม่ได้มุ่งหวังให้ตนเองได้รับเลือก หากใช้เกณฑ์นี้ ผู้สมัครที่มีบทบาทเพียงผู้ลงคะแนนและได้ศูนย์คะแนนอาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิด