Thansettakij
รับเทรนด์ยั่งยืน ‘Earthology Studio’ สปีดธุรกิจเจาะกลุ่ม B2C ขยายตลาดใน-ต่างประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การประกาศแผนเดินหน้าขยายธุรกิจ เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาบนเวทีระดับโลกของ “ Earthology Studio ” สะท้อนความพร้อมในการพลิกอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยด้วยโมเดลธุรกิจที่จับต้องได้จริง ผ่านระบบนิเวศความร่วมมือข้ามภาคส่วน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน เพื่อรองรับดีมานด์ความยั่งยืนทั้งในประเทศและตลาดสากลที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
Key facts
- บริษัทแม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยการร่วมทุน 10-20% กับพันธมิตรตั้งฐานการผลิตในเซี่ยเหมิน ประเทศจีน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าไทย 10-20% เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า และพันธมิตรจากจีนยังร่วมลงทุนในแบรนด์ Earthology Studio 25%
- นางกฤติกา กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางการเติบโตในปีหน้า Earthology Studio เตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) อย่างเต็มรูปแบบ โดยแบรนด์ตั้งเป้าหมายสร้างยอดขายรวมเติบโตจาก 25-30 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ ทะยานสู่ 100
- โครงสร้างที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำนี้ส่งผลให้ Earthology Studio สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอราคาผลิตภัณฑ์สิ่งทอรีไซเคิลได้ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปประมาณ 25%
- แบรนด์จึงเปิดตัวแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหมุนเวียนอัจฉริยะ 'trACE' บนเวที Techsauce Global Summit 2026 โดยทำงานผ่านระบบหมุนเวียน 8 โมดูล ชูจุดเด่นคือโมดูล WAM (Waste Audit Management) ที่ใช้เทคโนโลยี AI
Summary
โครงสร้างที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำนี้ส่งผลให้ Earthology Studio สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสนอราคาผลิตภัณฑ์สิ่งทอรีไซเคิลได้ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปประมาณ 25% ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก
ซึ่งเป็นผู้ผลิต OEM ให้แบรนด์กีฬากลางแจ้งระดับโลกอย่าง The North Face และ Jansport ฯลฯ ด้วยจุดแข็งที่มีความพร้อมด้าน R&D กำลังผลิตขนาดใหญ่ แม้อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยจะเผชิญสภาวะเศรษฐกิจและการย้ายฐานผลิตของคู่ค้าบางส่วนไปยังเวียดนามเนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลดจำนวนของโรงตัดเย็บในประเทศ
นางกฤติกา กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางการเติบโตในปีหน้า Earthology Studio เตรียมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) อย่างเต็มรูปแบบ โดยแบรนด์ตั้งเป้าหมายสร้างยอดขายรวมเติบโตจาก 25-30 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ ทะยานสู่ 100 ล้านบาทในปีหน้า โดยขับเคลื่อนผ่านการเปิดร้านค้าสาขาเรือธง (Flagship Store) จำนวน 1-2 สาขา ในทำเลเชิงวัฒนธรรม เช่น ย่านทรงวาด เป็นต้น