Krungthep Turakij
'ศุภจี' ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐจบแล้ว มั่นใจได้ภาษีแข่งขันได้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ศุภจี” เผย เจรจาภาษีสหรัฐจบแล้ว เร่งปิดประเด็นเทคนิค รอสหรัฐประกาศผลการไต่สวน คาดไทยโดนเก็บภาษีมาตรา 301 ไม่เกิน 19 % รักษาขีดแข่งขันสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ
Key facts
- ต่อมา แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อเดือน ก.พ. 2569 ว่าการเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สหรัฐฯ ได้หันมาใช้มาตรา 122 เรียกเก็บภาษี 10% จากทุกประเทศแทน และเนื่องจากมาตรา 122 มีระยะเวลาสิ้นสุด
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า
- การเร่งผลักดัน ART ให้ได้ข้อสรุปจึงมีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถใน การแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกกว่า 2.37 ล้านล้านบาท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานในประเทศกว่า 400,000 ตำแหน่ง
- ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีสำหรับกรณีไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับไว้ที่ 12.5% สำหรับประเทศที่ไม่มีกฎหมายดังกล่าว
- การเจรจาจบลงแล้ว เหลือเพียงหารือในประเด็นปลีกย่อยและแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำในความตกลงเท่านั้น โดยการเก็บภาษีตามมาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินและกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ เชื่อว่า ไทยจะไม่โดนเรียกเก็บภาษีเกิน 19
Summary
ฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อความตั้งใจของไทย และเห็นว่า การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถหาข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกันได้ก่อนการประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง
ทั้งนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่า ไทยจะได้รับ อัตราภาษี จากผลการไต่สวนดังกล่าวอย่างเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ พร้อมเห็นชอบให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคของทั้งสองฝ่ายเร่งสรุปประเด็นปลีกย่อยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
สำหรับการเดินทาง เยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งผลักดัน การเจรจา ART ให้มีความคืบหน้าจนได้ข้อสรุป โดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศในระยะยาว