Google · Krungthep Turakij
'ดาต้าเซนเตอร์' โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรม 'รีด' ทรัพยากร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กูเกิลชี้ดาต้าเซนเตอร์กำลังเปลี่ยนบทบาทจากโครงสร้างพื้นฐานรองรับคลาวด์และ AI สู่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างทั้งการลงทุน การจ้างงาน และระบบนิเวศเทคโนโลยี ขณะที่โจทย์สำคัญคือการขยายพลังงานสะอาดและระบบไฟฟ้าโดยไม่ผลักภาระสู่ประชาชน
Key facts
- กูเกิลประเมินว่า ดาต้าเซนเตอร์แห่งแรกในไทยจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 130,000–140,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 และสนับสนุนการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมเฉลี่ย 14,000 ตำแหน่งต่อปี ในช่วงปี 2568–2572
- ปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ Gemini เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกูเกิลระบุว่า 87% ของ Prompt ที่ใช้งานในประเทศไทยเขียนเป็นภาษาไทย
- นอกจากการรองรับความต้องการใช้คลาวด์ และ AI แล้ว กูเกิลมองว่า การลงทุนดาต้าเซนเตอร์ยังสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยดาต้าเซนเตอร์เป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินงานอย่างน้อย 20 ปี
- ในช่วงก่อสร้าง โครงการจะสร้างการจ้างงานแรงงานก่อสร้างเฉลี่ยประมาณ 4,200 คนต่อปี ก่อนเปลี่ยนไปสู่การจ้างงานทักษะสูงเมื่อเปิดดำเนินงาน ทั้งจากพนักงานของกูเกิลเองและบุคลากรจากซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวข้องในระยะยาว
Summary
Google ไม่ต้องการให้การดำเนินงานสร้างภาระต่อประชาชน ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและ Direct PPA รองรับการขยายตัวในอนาคต
การขยายตัวของ “ดาต้าเซนเตอร์” ในไทยกำลังเข้าสู่โจทย์ที่ใหญ่กว่าการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เมื่อการใช้งานคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจึงต้องรองรับทั้งกำลังประมวลผล ระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด น้ำ รวมถึงบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
กูเกิลประเมินว่า ดาต้าเซนเตอร์แห่งแรกในไทยจะสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศราว 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 130,000–140,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 และสนับสนุนการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมเฉลี่ย 14,000 ตำแหน่งต่อปี ในช่วงปี 2568–2572