Krungthep Turakij
เกิดอะไรขึ้น บอนด์จีน-สหรัฐ ‘สวนทางสุดขั้ว’ ส่วนต่างยีลด์กว้างสุดรอบ 20 ปี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘บอนด์จีน-สหรัฐ’ กำลังสวนทางสุดขั้ว ดันส่วนต่างยีลด์ใกล้กว้างสุดในรอบ 20 ปี แต่แทนที่เงินจะไหลหนีจีน นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อบอนด์จีนต่อเนื่อง รับแรงหนุนจาก ‘หยวนแข็ง’ และกระแส ‘ลดการพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์’
Key facts
- ซึ่งแข็งค่าขึ้นเกือบ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ช่วยชดเชยผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เสียเปรียบสหรัฐ และทำให้ผลตอบแทนรวมของพันธบัตรรัฐบาลจีนเมื่อคำนวณเป็นดอลลาร์ สามารถเอาชนะพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศในกลุ่ม G10 ได้
- มาจากทิศทาง ตลาดพันธบัตร ที่แตกต่างกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 จากความกังวลเรื่องหนี้ภาครัฐ เงินเฟ้อ และสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ก่อนอยู่ที่ประมาณ 4.765% ในช่วงเช้าวันศุกร์
- แม้การส่งออกทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ เศรษฐกิจจีน กลับขยายตัวเพียง 4.3% ในไตรมาส 2 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอยังคงกดดันการใช้จ่ายภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลจีนต้องส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการสนับสนุน และเร่งการใช้จ่ายทางการคลัง
- ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาทางเลือกในการกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขาดดุลการคลัง และปริมาณพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ทำให้ “พันธบัตรรัฐบาลจีน”
Summary
ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่าง พันธบัตรรัฐบาลจีน และ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ กำลังขยายตัว “แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์” สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินของสองมหาอำนาจที่กำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียอ้างข้อมูลจาก QUICK-FactSet แพลตฟอร์มข้อมูลทางการเงินและการลงทุน ซึ่งระบุว่า “ส่วนต่าง” ระหว่าง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีน อายุ 10 ปี กับ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ขยายตัวแตะราว 3.13% หรือ 313 basis points เมื่อวันพุธ ใกล้ระดับกว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006
สวนทางกับจีนที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรจีนกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่สวนกระแสการเทขายพันธบัตรทั่วโลก