Brand Inside
Toyota ลงทุน ‘เวียดนาม’ เพิ่ม 9.4 พันล้านบาท ทำโรงงานรถไฮบริด ส่วน ‘ไทย’ ยังเป็นฐานใหญ่-ซัพพลายเชนหลักในภูมิภาค
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
มีเรื่องให้คนไทยตกใจอีกแล้ว หลัง Toyota เพิ่มเงินลงทุนใน ‘เวียดนาม’ อีก 283.7 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 9.4 พันล้านบาท เพื่อขยายการผลิตและประกอบรถยนต์ไฮบริดในจังหวัดฟู้เถาะ (Phu Tho)
Key facts
- มีเรื่องให้คนไทยตกใจอีกแล้ว หลัง Toyota เพิ่มเงินลงทุนใน ‘เวียดนาม’ อีก 283.7 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 9.4 พันล้านบาท เพื่อขยายการผลิตและประกอบรถยนต์ไฮบริดในจังหวัดฟู้เถาะ (Phu Tho)
- การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจังหวัดฟู้เถาะอนุมัติการปรับแผนการลงทุนของ ‘Toyota Motor Vietnam’ ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมของโครงการเพิ่มเป็นกว่า 373 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท
- ในเดือนธันวาคม 2567 Toyota ยืนยันแผนลงทุนมากกว่า 5.5 หมื่นล้านบาทเพื่อปรับปรุงสายการผลิตในไทย และเพิ่มความสามารถในการผลิตรถไฮบริด รวมถึงชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น มอเตอร์และเกียร์
- ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังผลักดันการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยโครงการพัฒนา Supporting Industry ปี 2569-2578 กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศเป็น 22-30%
- นอกจากนี้ ในปี 2568 Toyota ผลิตรถยนต์ในไทย 564,933 คัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 358,135 คัน เพิ่มขึ้น 6% ขณะที่ Toyota เวียดนามผลิตรถยนต์ได้ 25,200 คัน
- Toyota ยังมีแผนเริ่มก่อสร้างโรงพ่นสีและโรงปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนในเดือนพฤษภาคม 2570 ก่อนเริ่มดำเนินงานในปี 2572 โดยจะใช้เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และเป็นฐานสำหรับประกอบรถยนต์รุ่นใหม่แบบ CKD หรือการนำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์ในประเทศ
Summary
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจังหวัดฟู้เถาะอนุมัติการปรับแผนการลงทุนของ ‘Toyota Motor Vietnam’ ทำให้มูลค่าการลงทุนรวมของโครงการเพิ่มเป็นกว่า 373 ล้านดอลลาร์ฯ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท โดยเงินลงทุนที่เพิ่มเข้ามาจะใช้สำหรับการผลิตและประกอบรถไฮบริด
การเพิ่มการผลิตรถไฮบริดถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Toyota ในเวียดนาม เพราะที่ผ่านมาแม้จะเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำรถไฮบริดเข้ามาทำตลาด แต่รถไฮบริดที่ขายในประเทศยังนำเข้าทั้งหมด
ขณะเดียวกัน เวียดนามกำลังผลักดันการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ โดยโครงการพัฒนา Supporting Industry ปี 2569-2578 กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศเป็น 22-30% ภายในปี 2573 และ 32-40% ภายในปี 2578