← Back to KHAO

จุลพันธ์ยันกลุ่ม ‘CARE คิด เคลื่อน ไทย’ ไม่ใช่องคาพยพเพื่อไทย ขออย่ายึดติดการเมือง เน้นขับเคลื่อนสังคม

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.

3 แหล่งข่าวยืนยัน

The Secret Sauce Summit 2026

วันนี้ (3 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งของกลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย หลังห่างหายไปราว 3 ปี พร้อมเปิดตัวรายการใหม่ Moonshot Podcast ว่า กลุ่ม CARE ดำเนินภารกิจโดยไม่ได้ผูกโยงกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นกลุ่มที่มีอิสระทางความคิด และทางพรรคเองก็ไม่ได้มีแนวทางที่จะไปกำกับควบคุม เพราะเรื่องเชิงวิชาการ การไปกำกับควบคุมยิ่งจะสร้างข้อจำกัดไม่ให้ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ หรือข้อจำกัดทางสังคมได้

Key facts

Summary

วันนี้ (3 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งของกลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย หลังห่างหายไปราว 3 ปี พร้อมเปิดตัวรายการใหม่ Moonshot Podcast ว่า กลุ่ม CARE ดำเนินภารกิจโดยไม่ได้ผูกโยงกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นกลุ่มที่มีอิสระทางความคิด และทางพรรคเองก็ไม่ได้มีแนวทางที่จะไปกำกับควบคุม เพราะเรื่องเชิงวิชาการ การไปกำกับควบคุมยิ่งจะสร้างข้อจำกัดไม่ให้ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ หรือข้อจำกัดทางสังคมได้

ส่วนหากทางกลุ่ม CARE จะเชิญไปร่วมแสดงความคิดเห็นในรายการ Moonshot จะไปเข้าร่วมหรือไม่ จุลพันธ์กล่าวว่า หากชวนตน ตนก็เข้าร่วมอยู่แล้ว ที่จริงแล้วไม่ได้มีข้อจำกัดเพราะทางกลุ่ม CARE ไม่ได้ติดขัดเรื่องของความเป็นพรรคการเมือง ไม่ได้เป็นองคาพยพของทางพรรคในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นความร่วมมือของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งสำคัญ หากจะเชิญใครสักคนหนึ่งก็เป็นสิทธิของทางกลุ่ม และเชื่อว่าทางกลุ่มเองก็จะไปคัดสรรบุคลากรที่เป็นประโยชน์เพื่อมาช่วยให้ความคิดหรือหลักคิดต่างๆ

จุลพันธ์กล่าวอีกว่า รายการ Moonshot เคยจัดมาแล้วบ้าง ตนเองก็เคยเข้าไปร่วมมา 1 ครั้งเกี่ยวกับเรื่องของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งวันนี้ก็คงมีอีกหลายมิติและจะเจาะลงเป็นกลุ่มย่อยเป็น sector สำหรับกลุ่มธุรกิจแต่ละประเภท เพื่อที่จะระดมความคิดที่ไม่ได้จำเพาะหรือจำกัดอยู่เพียงพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพื่อที่จะขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมให้ก้าวพ้นอุปสรรคเดิมๆ และนำให้ธุรกิจโดยเอกชนในกลุ่มกิจการเหล่านั้นก้าวข้ามอุปสรรคและมีผลลัพธ์หรือผลผลิตที่มากขึ้นได้