Post Today
"กรณ์ จาติกวณิช" ชำแหละ 7 ปมร้อนดาต้าเซ็นเตอร์ไทย เตือนรัฐบริหารไม่รอบด้าน เสี่ยงผลักภาระให้ประชาชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"กรณ์ จาติกวณิช" สะท้อนมุมมองกรณีรัฐบาลเร่งเดินหน้าดึงลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้เรื่องใหญ่ระดับยุทธศาสตร์ที่น่ากังวล พร้อมตั้งคำถาม 7 มิติสำคัญ ตั้งแต่ธรรมาภิบาล การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ-ไฟฟ้า จนถึงอธิปไตยทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไทยยังตามหลัง ย้ำชัดต้องเร่งทบทวนเพื่อไม่ให้คนไทยกลายเป็นผู้แบกรับต้นทุนแทนกลุ่มทุนข้ามชาติ
Key facts
- ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ hyperscale ใช้น้ำหล่อเย็นสูงสุดถึง 5 ล้านแกลลอนต่อวัน หรือราว 19 ล้านลิตร เทียบเท่าปริมาณการใช้น้ำของเมืองที่มีประชากร 50,000 คน ภาพรวมทั้งประเทศ ปริมาณน้ำหล่อเย็นถูกประเมินว่าจะพุ่งขึ้นจาก 10.68 พันล้านลิตรในปี 2568
- ซึ่งเมื่อพลังงานสะอาดในระบบไม่พอ การต้องเร่งนำเข้า LNG มารองรับโหลดไฟฟ้า 24 ชั่วโมงของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ ยังเสี่ยงผลักภาระค่าไฟผันแปรหรือค่า Ft ไปตกอยู่กับภาคครัวเรือนและ SMEs ทั่วประเทศ ผมเคยเตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมว่า
- ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง มาเลเซีย มีมาตรการตอบสนองเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปอย่างทันท่วงทีตั้งแต่กลางปี 2568 แต่จนถึงวันนี้ ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนในระดับเดียวกันเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
- ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับยุทธศาสตร์ชาติที่ผมกังวลใจมาตลอด การสนับสนุนการลงทุนเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนว่ารัฐบาลยังมองไม่รอบด้าน และยังมีคำถามสำคัญอีก 7 มิติที่รัฐยังตอบสังคมไม่ครบถ้วน
Summary
"กรณ์ จาติกวณิช" สะท้อนมุมมองกรณีรัฐบาลเร่งเดินหน้าดึงลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้เรื่องใหญ่ระดับยุทธศาสตร์ที่น่ากังวล
พร้อมตั้งคำถาม 7 มิติสำคัญ ตั้งแต่ธรรมาภิบาล แย่งชิงทรัพยากรน้ำ-ไฟฟ้า จนถึงอธิปไตยทางเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไทยยังตามหลัง
ภาครัฐมักอ้างว่าไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองล้นเหลือ จึงชวนดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาใช้ไฟ แต่ความเป็นจริงนี่คือความย้อนแย้งเชิงนโยบายอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐบาลมีเป้าหมายลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่การขายไฟฟ้าเพิ่มเติมให้ดาต้าเซนเตอร์จะนำไปสู่การนำเข้าก็าซ LNG เพิ่มเติม