European Union · The Standard
เปิด ‘ไกด์ไลน์โลก’ ดำเนินโครงการ Data Center อย่างไร ให้ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม จัดการไฟฟ้า-น้ำ มีประสิทธิภาพ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รายงานผลการวิจัยจากสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UN University) เตือนว่า ภายในปี 2030 การใช้น้ำใน Data Center หรือ Data Center ทั่วโลก จะเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำของประชากร 1.3 พันล้านคน ในขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าใน Data Center ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นถึง 945 เทราวัตต์ (Terawatt : TW เทียบเท่า 1 ล้านเมกะวัตต์) ต่อชั่วโมง หรือคิดเป็นเกือบ ‘3 เท่า’ ของการใช้ไฟฟ้าประจำปีรวมกันของประชากร 650 ล้านคน และการใช้พื้นที่ของ Data Center ทั่วโลกจะมากกว่า
Key facts
- รายงานผลการวิจัยจากสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ (UN University) เตือนว่า ภายในปี 2030 การใช้น้ำใน Data Center หรือ Data Center ทั่วโลก จะเทียบเท่ากับความต้องการใช้น้ำของประชากร 1.3 พันล้านคน
- ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า Data Center และระบบเครือข่ายส่งข้อมูล เป็นสาเหตุหนึ่งของการแพร่กระจายก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในปี 2020 โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 1 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 200-250 ล้านตันต่อปี
- นับตั้งแต่ปี 2019 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า ในขณะที่ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกได้ขยายเป็น 5.5 พันล้านคนทั่วโลก โดย Edge Computing หรือสถาปัตยกรรมการประมวลผลข้อมูลใกล้กับผู้ใช้ปลายทาง มีส่วนทำให้ Data Center
- ยิ่งไปกว่านั้น โครงการ Data Center ถูกจับจ้องว่าอาจสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากถึง 2.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกส่งไปจัดการในประเทศที่มีรายได้ต่ำและมีมาตรการคุ้มครองที่จำกัด ในขณะที่แร่ธาตุสำคัญ (Critical Mineral)
- พลังงานที่ใช้โดยโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เกิดจากการระบายความร้อน โดยทั่วไปคิดเป็นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้โดยอุปกรณ์ไอที
- สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ประเมินว่า Data Center ผลักดันการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้ามากกว่าร้อยละ 20 ในระหว่างปัจจุบันจนถึงปี 2030
Summary
นับตั้งแต่ปี 2019 ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า ในขณะที่ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกได้ขยายเป็น 5.5 พันล้านคนทั่วโลก โดย Edge Computing หรือสถาปัตยกรรมการประมวลผลข้อมูลใกล้กับผู้ใช้ปลายทาง มีส่วนทำให้ Data Center ขยายตัวไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว หลายประเทศ เช่น บราซิล มาเลเซีย และไนจีเรีย กลายเป็นศูนย์กลาง (Hub) ของ Data Center จำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า Data Center และระบบเครือข่ายส่งข้อมูล เป็นสาเหตุหนึ่งของการแพร่กระจายก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในปี 2020 โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 1 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 200-250 ล้านตันต่อปี ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)
คำถามสำคัญสำหรับนานาประเทศรวมถึงไทย คือหากจำเป็นต้องเปิดทางให้มีโครงการ Data Center ขึ้นอย่างจริงจังภายในประเทศ กฎเกณฑ์หรือมาตรการควบคุมที่เหมาะสมควรมีอะไรบ้าง เพื่อที่จะช่วยลดผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น และทำให้โครงการ Data Center ก่อให้เกิดความคุ้มค่าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงต่อประชาชนในประเทศนั้นๆ