Prachachat
เอกนิติ จ่อประกาศความชัดเจนขึ้นภาษีรถนำเข้า ก.ย.นี้ เล็งให้เวลาเอกชนปรับตัว-เริ่มบังคับใช้ต้นปี’70
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เอกนิติ” จ่อขึ้นภาษีรถนำเข้าปกป้องผู้ผลิตในประเทศ ยันจำเป็นต้องใช้ภาษีสรรพสามิต เหตุมีข้อจำกัด FTA ชี้กำลังพิจารณากำหนดอัตราให้ผู้ลงทุนในประเทศแข่งขันได้ แย้มกำหนดเงื่อนไขลงทุนผลิตได้ภาษีอัตราเดิม-ไม่ลงทุนต้องจ่ายคืน คาดเริ่มบังคับใช้ต้นปี’70 ให้เวลาเอกชนปรับตัว 3-4 เดือน ชี้โลกเปลี่ยน-เอกชนต้องปรับตัว
Key facts
- จ่อขึ้นภาษีรถนำเข้าปกป้องผู้ผลิตในประเทศ ยันจำเป็นต้องใช้ภาษีสรรพสามิต เหตุมีข้อจำกัด FTA ชี้กำลังพิจารณากำหนดอัตราให้ผู้ลงทุนในประเทศแข่งขันได้ แย้มกำหนดเงื่อนไขลงทุนผลิตได้ภาษีอัตราเดิม-ไม่ลงทุนต้องจ่ายคืน คาดเริ่มบังคับใช้ต้นปี’70
- บริษัทเหล่านี้ที่อุตส่าห์เข้ามาลงทุน แต่วันนี้ด้วยมาตรการภาษีศุลกากร หรือ FTA ที่เราเคยไปเซ็นสัญญาในอดีต จะยุคไหนก็แล้วแต่ วันนี้หลายประเทศมันเป็นศูนย์ บางประเทศเก็บ 10% ซึ่งเขาก็บอกว่าอย่างนี้ ไม่แฟร์ แล้วจริง ๆ เราคิดมาตลอด
- ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผย
- ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ถูก Disrupt เพราะว่าวันนี้พอน้ำมันแพง คนหันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กัน ซึ่งเป็นทุกประเทศ โยสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ ก็คือ พยายามคว้าโอกาสในการดึงผู้ผลิตรถ EV ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย
Summary
“ไทยส่งออกไปเวียดนามก็ศูนย์ ไปมาเลเซียก็ศูนย์ ไปอินโดนีเซียก็ศูนย์ เพราะอย่างนั้นใครดึงตรงนี้มาได้ก่อน มันก็จะทำให้เกิดการพัฒนา Supply Chain ในไทย บริษัทไทย ธุรกิจไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ใหม่ แล้วก็พัฒนาทักษะคนไทย”
สำหรับอัตราภาษี ดร.เอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ กำลังคุยถึงอัตรากันอยู่ โดยต้องคำนึงถึงการให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ บริษัทที่เข้ามาลงทุนในประเทศ เพื่อให้แข่งขันได้ ซึ่งอัตราภาษีกำลังพิจารณาอยู่ โดยตั้งใจว่าภายในเดือน ก.ย.นี้ จะประกาศความชัดเจน แล้วก็อาจจะให้เวลาเอกชนได้ปรับตัวราว 3-4 เดือน
ทั้งนี้ ในช่วงนี้ตลาดรถอาจจะกระทบไปบ้าง อ่างไรก็ดี ก็ต้องพยายามคุยว่า ตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องปรับตัว ก็เหมือนชีวิตมนุษย์ ซึ่งหากปรับตัวดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น ร่างกายเข้มแข็งขึ้น ก็ต้องปรับ แต่ก็คิดว่าจะต้องมีระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่าน โดยต้องยอมรับว่าปัญหาเมืองไทยมีเยอะ ปัญหาเก่าหมักหมมมาก็เยอะ แต่โลกใหม่ก็เปลี่ยนไปเร็ว ดังนั้น ถ้าเราไม่สร้าง ไม่ทำอะไร ไม่เปลี่ยน ทำให้มันดีขึ้น ก็ต้องอยู่แบบเดิม ปัญหาก็ยิ่งหมักหมมขึ้น แล้วจะยิ่งแก้ยากขึ้น