Prachachat
ค้นที่มา “หลักฐานอันควรเชื่อ” ต้นขั้ว รธน. 40 สู่ปมร้อนฮั้ว สว.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คดีฮั้ว สว. อยู่ในจุดวัดใจ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะส่งผู้ถูกกล่าวหา 229 คน สู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตามแรงกดดันจากนักการเมือง ขั้วตรงข้ามรัฐบาล และภาคประชาชนหรือไม่
Key facts
- คดีฮั้ว สว. อยู่ในจุดวัดใจ 7 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะส่งผู้ถูกกล่าวหา 229 คน สู่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตามแรงกดดันจากนักการเมือง ขั้วตรงข้ามรัฐบาล และภาคประชาชนหรือไม่
- ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2540 ได้มีการหารือ เรื่องการบัญญัติ “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า”
- ความเห็นของ ดร.คณิต ณ นคร ระบุว่า เรื่องของการพิจารณาว่าสมควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ มันมี 3 ดีกรี ดีกรีแรกคือเรื่องของการมีมูล อันนี้ก็เบาที่สุด อันที่ 2 ก็ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า”
- ข้อความในรัฐธรรมนูญ 226 และในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา 2560 มาตรา 62 ถึงคำว่า “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า”
- ลำพังแค่สนทนาผ่านแอปพลิเคชั่น LINE ว่าเรามาจับคู่กันนะ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 62 ของกฎหมายว่าด้วยการได้มา แล้วผมก็ไปเจอคำพิพากษาศาลฎีกาอีกในเดือนกันยายน 68 เหมือนกัน พฤศจิกายน 68 แลกคะแนนกันเฉย ๆ ไม่ต้องมีพฤติกรรมอย่างที่เวทีที่คุณพริษฐ์
- องค์กรอิสระ อย่าง กกต. ถือกำเนิดจากรัฐธรรมนูญ 2540 ที่บัญญัติให้มี “องค์กรอิสระ”
Summary
ทั้งเส้นทางการเงินที่โยงจากตัวละครหนึ่ง ถึงบุคคลสำคัญทางการเมือง จับเส้นทางจีพีเอสในพื้นที่การทำโพย การรวมตัว ก่อนเข้าสู่เวทีเลือก สว. ใบเสร็จการจองโรงแรม – ตั๋วเครื่องบิน
เพราะตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้าน กับไอลอว์ เปิดพยานหลักฐานจำนวนมาก ชี้ให้เห็นกระบวนการ – การทำเกม ทำโพย ของเครือข่ายสีน้ำเงิน เพื่อยึดครองสภาสูง
ประการแรก ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครรับเลือกที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นในการกระทำของผู้อื่น หากผู้สมัครไม่ได้กระทำการทุจริต หรือไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำของบุคคลอื่น ก็มีประเด็นว่ากรณีดังกล่าวจะอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 226 หรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้