Prachachat
คุยกับเศรษฐา : น้ำท่วม ชดเชยบนฐานสิทธิ ไม่ใช่บนฐานความสงสาร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในบทความที่แล้ว ผมชวนคิดว่าประเทศไทยควรเปลี่ยนจากแนวคิด “สู้กับน้ำ” ไปสู่การ “อยู่กับน้ำ” ให้มากขึ้น เพราะน้ำไม่ใช่ศัตรูของเราเสมอไป น้ำคือชีวิต คือทรัพยากร คือโครงสร้างพื้นฐานตามธรรมชาติ แต่เมื่อเราวางเมือง วางอุตสาหกรรม วางถนน และวางพื้นที่เศรษฐกิจโดยไม่เคารพทางน้ำ ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งก็กลับมาหาเราอยู่เรื่อย ๆ
Key facts
- ในบทความที่แล้ว ผมชวนคิดว่าประเทศไทยควรเปลี่ยนจากแนวคิด “สู้กับน้ำ”
- ครั้งนี้ผมอยากลงลึกเรื่องหนึ่งที่สังคมไทยพูดกันน้อยมาก คือประเด็นที่ว่า “ใครควรต้องยอมเป็นพื้นที่รับน้ำ”
- ตัวอย่างที่ชัดคือพื้นที่บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายคนรู้จักบางบาลในฐานะพื้นที่รับน้ำของลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ในบางปีชาวนาและชาวบ้านต้องอยู่กับน้ำท่วมเป็นเวลาหลายเดือน
- ถ้ามองแบบเดิมเราจะเห็นคนเหล่านี้เป็น “ผู้ประสบภัย”
Summary
จริง ๆ เรื่องเหล่านี้หลายคนคิดตรงกัน ผมเองก็เคยฟังทีมนโยบายของพรรคเพื่อไทยเล่าให้ฟัง และเขาใช้คำหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก คือ Right-based Compensation หรือการชดเชยบนฐานสิทธิ ไม่ใช่การชดเชยบนฐานความสงสาร
ความต่างของสองแนวคิดนี้สำคัญมาก ถ้าเราเห็นชาวบ้านเป็นผู้รอความช่วยเหลือ รัฐจะจ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ จ่ายเท่าไหร่ก็ได้ ตามเกณฑ์ที่กำหนดจากส่วนกลาง แต่ถ้าเราเห็นเขาเป็นผู้ให้บริการสาธารณะด้านความปลอดภัยของประเทศ รัฐต้องมีกติกาชัดเจนตั้งแต่ก่อนน้ำมา ว่าพื้นที่ไหนจะรับน้ำ
ถ้ามองแบบเดิมเราจะเห็นคนเหล่านี้เป็น “ผู้ประสบภัย” แล้วค่อยคิดว่าจะช่วยเหลืออย่างไรหลังน้ำมาแล้ว แต่ผมคิดว่าวิธีคิดแบบนี้ไม่พออีกต่อไป เพราะคนที่ยอมให้พื้นที่ของตัวเองรับน้ำแทนส่วนอื่นของประเทศไม่ได้เป็นเพียงผู้ประสบภัย