Bangkok Today
“ดัชนีการเมืองไทย” เดือนสิงหาคม 2569
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,107 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 256 9 โดยมี ตัวชี้วัด 25 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่าง ๆ ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนนเต็ม 10 คะแนน สรุปผลเรียงลำดับจาก ค่าคะแนนสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้
Key facts
- สรุปผลการสำรวจ : “ดัชนีการเมืองไทย เดือนสิงหาคม 2569”
- กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,107 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ย 3.63 คะแนน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน
- ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหา ยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.00 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมาคือ ยศชนัน
- จะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล (ร้อยละ 57.60) แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้น ๆ
Summary
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมที่ลดลง สะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,107 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ย 3.63 คะแนน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน
อาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและ ผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย อีกประเด็นสำคัญคือความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57