Thai Post
ครม. เห็นชอบปฏิญญาด้านกำลังคนสุขภาพ หนุนกระจายแพทย์เฉพาะทางสู่พื้นที่ห่างไกล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
1 ก.ย.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยกำลังคนด้านสุขภาพ: ความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสุขภาพเฉพาะทาง (Dili Declaration on Human Resources for Health: Equity in Specialized Care) เพื่อร่วมผลักดันการกระจายบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับพื้นที่ชนบทและห่างไกล พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น
Key facts
- คมนาคม ชง 3โครงการ รถไฟทั้งคู่ภาคใต้เข้าครม.สัญจร สายอีสาน-เหนือ รอศึกษา
- คมนาคม จ่อเจรจา เอกชนยืดเวลาส่งคืนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ 1 - 3 เดือน
- เปิดเมนู ครม.สัญจรสงขลา 'แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ-ไก่ทอดหาดใหญ่' ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟ
- ปัจจุบันประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาระโรคที่ซับซ้อนขึ้น การขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงการกระจายตัวของบุคลากรที่ไม่เท่าเทียมระหว่างเมืองกับชนบท จึงจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนและระบบบริการ
- ปฏิญญาดังกล่าวมีกำหนดเสนอเพื่อการรับรองในการประชุมคณะกรรมการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมัยที่ 79 (RC79) ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 7–10 กันยายน 2569
- 'รมว.สุชาติ' นำคณะ ทส. ร่วม ครม.สัญจรสงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน-น้ำบาดาล ควบคู่ดูแลป่าและสัตว์ป่า ภายใต้ 'ทส.หนึ่งเดียว'
Summary
สาระสำคัญของปฏิญญาฯ มุ่งให้ประเทศสมาชิกวางแผนกำลังคนทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร พร้อมสร้างแรงจูงใจทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรเฉพาะทางให้อยู่ในระบบสาธารณสุขภาครัฐและพื้นที่ห่างไกล รวมถึงพัฒนารูปแบบบริการ เช่น การทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ การกระจายและมอบหมายภารกิจ การจัดหน่วยแพทย์เฉพาะทางเคลื่อนที่ และการหมุนเวียนบุคลากรลงพื้นที่
ปัจจุบันประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย ภาระโรคที่ซับซ้อนขึ้น การขาดแคลนบุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงการกระจายตัวของบุคลากรที่ไม่เท่าเทียมระหว่างเมืองกับชนบท จึงจำเป็นต้องพัฒนากำลังคนและระบบบริการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการเฉพาะทางได้อย่างเสมอภาคมากขึ้น
“เป้าหมายสำคัญคือทำให้สถานที่อยู่อาศัยไม่เป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลควรมีโอกาสได้รับบริการที่มีคุณภาพเช่นเดียวกับประชาชนในเมือง ทั้งการกระจายบุคลากร การหมุนเวียนแพทย์เฉพาะทาง และการใช้ Telemedicine หรือเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดช่องว่างด้านบริการสุขภาพ” นางสาวลลิดา กล่าว