Prachachat
ซีพีชู Sustainability Report จากเป้าหมายสู่ผลลัพธ์ที่วัดได้ ลด Scope 3 ลง 9.39%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ผลักดันรายงานความยั่งยืนเป็นกลไกสร้างความโปร่งใสยกระดับธรรมาภิบาล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน
Key facts
- กรุงเทพฯ, 31 สิงหาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผย
- หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของปี 2568 คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Scope 3 ซึ่งลดลง 9.39% ผ่านการดำเนินตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการทำงาน ร่วมกับเกษตรกร ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- นอกเหนือจากมิติสิ่งแวดล้อม เครือซีพียังสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) จำนวน 35,390 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่
- ผลักดันรายงานความยั่งยืนเป็นกลไกสร้างความโปร่งใสยกระดับธรรมาภิบาล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน
- รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ พร้อมชู “รายงานความยั่งยืน”
- แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก
Summary
กรุงเทพฯ, 31 สิงหาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ พร้อมชู “รายงานความยั่งยืน”
“รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป