MGR Online
รัฐบาลอนุทินกู้ 2 แสนล้าน “เปลี่ยนผ่านพลังงาน” มีแค่แผนซื้อของ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“วิกฤตด้านพลังงานถือเป็นสถานการณ์ร้ายแรงและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลจึงขอให้วุฒิสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ส่วนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภา รัฐบาลจะนำไปประกอบการดำเนินงาน พร้อมยืนยันว่าจะใช้เงินกู้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด” นั่นคือคำกล่าวของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”
Key facts
- สมาชิกวุฒิสภา พุ่งเป้าวิจารณ์วงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับโครงการ Smart Grid, โซลาร์รูฟท็อป และรถสาธารณะอีวี ว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่โครงการฉุกเฉินเร่งด่วน พร้อมซัดการขอเงินกู้มหาศาลโดยมีรายละเอียดเพียงน้อยนิดว่าเป็นพฤติกรรม “โลภแต่ชุ่ย”
- นอกจากนี้ ยังมีคำถามกับความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการขาดดุลการค้ากว่า 40,000 ล้านบาท จากการนำเข้าอุปกรณ์โซลาร์เซลล์จากจีน เนื่องจากโครงการส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะใช้งบเงินกู้ 2 แสนล้านนั้น
- นอกจากนี้ ศุภโชติยังตั้งข้อสังเกตว่า หากใช้งบ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่หมด ก็อาจจะมีการโยกมาใช้กับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟสต่อไปก็ได้ เพราะกระทรวงการคลังให้ข้อมูลว่า หากมีโครงการไทยช่วยไทยพลัสเฟส 3 เกิดขึ้น
- สว. ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เรียกร้องให้รัฐบาลประเมินผลการใช้เงินทั้งด้านคุณภาพชีวิตประชาชน สภาพคล่องของผู้ประกอบการ และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับแผนเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท
- ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด ชี้ว่า เป้าหมายที่จะสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน (ประมาณ 5,000 MW) ให้เสร็จภายในปี 2570 ไม่มีทางเกิดขึ้นได้
- 1 ล้านหลังคาเรือนไม่น่าเป็นไปได้ ผมได้คุยกับบริษัทผลิต Inverter เขาไม่ได้มีของมากขนาดนั้น ปีนี้ประเทศไทยมีการติดโซลาร์ 700 MW แต่จากโครงการนี้ 1 ล้านหลังคา คือประมาณ 5,000 MW สต๊อกมีไม่ถึงแน่นอน หากเราจะติด 1 ล้านหลังคาเรือนภายในปี 2570
Summary
“วิกฤตด้านพลังงานถือเป็นสถานการณ์ร้ายแรงและเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลจึงขอให้วุฒิสภาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ส่วนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภา รัฐบาลจะนำไปประกอบการดำเนินงาน พร้อมยืนยันว่าจะใช้เงินกู้ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด” นั่นคือคำกล่าวของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”