Ban Muang
“อนุทิน” เปิดโต๊ะฟังเสียงชายแดนใต้ ชูสันติสุขคู่ปากท้อง ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว-ค้าชายแดน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สตรีและเยาวชน สะท้อนปัญหาและข้อเสนอถึงรัฐบาลโดยตรง
Key facts
- นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลต้องการเดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนใต้ควบคู่กันทั้ง ความปลอดภัย เศรษฐกิจปากท้อง และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพราะหากสร้างสันติสุขและความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ พื้นที่ 3
- นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี เห็นศักยภาพของแต่ละจังหวัดอย่างชัดเจน ทั้งยะลาที่สามารถต่อยอดด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ ปัตตานีที่มีศักยภาพด้านการค้าและประมง รวมถึงนราธิวาสซึ่งมีจุดแข็งด้านการค้าชายแดน
- ด้านการศึกษา มีข้อเสนอให้พัฒนาครูตาดีกาและครูอิสลามศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงสนับสนุนกีฬาและการพัฒนาเยาวชน เพื่อสร้างโอกาสและป้องกันเด็กออกจากระบบ
Summary
นายอนุทินย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่คือกำลังสำคัญที่สุดของการสร้างสันติสุข เพราะเครือข่ายชุมชนเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันและคลี่คลายปัญหาได้อย่างยั่งยืน ขณะที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุนข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ และบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากการลงพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี เห็นศักยภาพของแต่ละจังหวัดอย่างชัดเจน ทั้งยะลาที่สามารถต่อยอดด้านวัฒนธรรมและองค์ความรู้ ปัตตานีที่มีศักยภาพด้านการค้าและประมง รวมถึงนราธิวาสซึ่งมีจุดแข็งด้านการค้าชายแดน หากปัญหาความไม่สงบได้รับการคลี่คลาย โอกาสทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะสามารถสร้างงานและรายได้ให้ประชาชนได้อีกมาก
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลต้องการเดินหน้าแก้ปัญหาชายแดนใต้ควบคู่กันทั้ง ความปลอดภัย เศรษฐกิจปากท้อง และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม เพราะหากสร้างสันติสุขและความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกมาก ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เกษตร ประมง และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับมาเลเซีย