Ban Muang
วุฒิสภาไฟเขียว "โกวิท ศรีไพโรจน์" นั่งอัยการสูงสุด สว.เปรมศักดิ์ หนุนแนะย้ำต้องกล้าชนอำนาจ ยุติธรรมต้องมาตรฐานเดียว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด คือนายโกวิท ศรีไพโรจน์ ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว.เป็นประธานกมธ.ฯ พิจารณาตรวจสอบประวัติฯเสร็จแล้ว ทั้งนี้ นพ.ประพนธ์ ได้แถลงรายงานกมธ.
Key facts
- ตั้งแต่การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีสำคัญ คดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง คดีความมั่นคง ไปจนถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ
- นพ.เปรมศักดิ์ ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญ 7 ประเด็น เริ่มจากเรื่อง ความเป็นอิสระของอัยการสูงสุด ซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด เพราะคดีจำนวนไม่น้อยเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ ข้าราชการระดับสูง และบุคคลที่มีอิทธิพล ประชาชนต้องมั่นใจว่า
- อีกโจทย์สำคัญคือ การปฏิรูปองค์กรอัยการรับอาชญากรรมยุคใหม่ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมไซเบอร์ ฟอกเงินข้ามชาติ หลอกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเสนอให้ยกระดับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับตำรวจ
- ของการพิจารณา สิ่งสำคัญกว่าคือประสบการณ์เหล่านั้นได้หล่อหลอมให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อพร้อมเป็นอัยการสูงสุดที่เป็นอิสระ กล้าหาญ และยืนอยู่บนหลักกฎหมายมากน้อยเพียงใด
Summary
ทั้งนี้ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายให้ความเห็นว่า ตำแหน่งอัยการสูงสุดไม่ใช่เพียงตำแหน่งสูงสุดในสายวิชาชีพอัยการ แต่เกี่ยวพันโดยตรงกับ “ความยุติธรรมของประเทศ” ตั้งแต่การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีสำคัญ คดีทุจริต คดีอาญาร้ายแรง คดีความมั่นคง ไปจนถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณาของวุฒิสภาจึงไม่ควรเป็นเพียงพิธีการ หรือดูเพียงอายุราชการและตำแหน่งที่ผ่านมา แต่ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า ผู้ได้รับการเสนอชื่อมีความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบ ความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม และพฤติกรรมทางจริยธรรม เหมาะสมกับอำนาจอันสำคัญของอัยการสูงสุดหรือไม่
สำหรับ ประเด็นต่อมาคือ การใช้ดุลพินิจในการสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี ซึ่งเป็นอำนาจสำคัญของพนักงานอัยการ โดยเฉพาะคดีใหญ่ที่สังคมจับตา หากไม่มีคำอธิบายที่เพียงพอ ย่อมทำให้เกิดข้อสงสัย จึงควรพัฒนาระบบที่ทำให้ “ดุลพินิจ” เดินควบคู่กับ “ความโปร่งใส” โดยไม่กระทบสิทธิของคู่ความและกระบวนการยุติธรรม ส่วนประสบการณ์การทำคดีที่ละเอียดอ่อน ตนมองว่าเป็นทั้งข้อได้เปรียบและบททดสอบ เพราะผู้นำองค์กรไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ “ไม่เคยผิดพลาด”