Prachachat
‘ศรพล’ แก้ Pain Point กบข.เพิ่มเงินออม-ปรับสูตรลงทุนใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” ได้เดินสายพูดคุยกับสมาชิก กบข.ในหลายพื้นที่ พบว่า สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนองค์กร “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” ในวาระการทำงาน 4 ปีข้างหน้านี้
Key facts
- หลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร”
- กล่าวว่า ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิก 1.29 ล้านราย มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด 1.58 ล้านล้านบาท แต่แนวโน้มการลงทุนปัจจุบันแตกต่างไปจากเดิมที่การลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตปลอดภัยขึ้น
- แนวโน้มปัจจุบันเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม คือ สมาชิกออมช้าลง จากเดิมอายุเฉลี่ยการเริ่มเป็นสมาชิก กบข.อยู่ที่ 24 ปี แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 29 ปี ทำให้ระยะเวลาสะสมเงินสั้นลงไป 5-6 ปี ขณะที่มีสมาชิกออมเพิ่มเพียง 35% ในจำนวนนี้กว่า 47% ออมเพิ่มเพียง
- ซึ่งในต่างประเทศกองทุนเริ่มเปลี่ยนจากการบริหารสินทรัพย์แบบ SAA (Strategic Asset Allocation) ที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ โดยยึดสัดส่วนที่กำหนดไว้ไปอีก 3-5 ปี แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ต่าง ๆ
Summary
“ดร.ศรพล” กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นเมื่อเข้ามารับตำแหน่ง คือต้องการให้สมาชิกมีความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ และทำให้ กบข.เป็นองค์กรที่มีความพร้อมสู่อนาคต รวมทั้งทำให้ กบข.เป็นกลไกในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่กำหนด
“สมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคงต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน”
เพื่อผลักดันเรื่องนี้ กบข.ได้ยกร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายสิทธิ เพื่อ 1.ให้อดีตสมาชิกนำเงินก้อนที่ได้รับตอนเกษียณกลับมาให้ กบข.บริหารต่อได้ 2.ให้สิทธิอดีตสมาชิกส่งเงินบำนาญรายเดือนหรือเบี้ยหวัดกลับมาให้ กบข.บริหาร และ 3.จัดสิทธิสวัสดิการให้แก่ผู้ออมต่อ ซึ่งจะเสนอให้คณะกรรมการ กบข. พิจารณาเห็นชอบ และจะเสนอกระทรวงการคลัง รวมถึงเข้าสภาผู้แทนราษฎรต่อไป