Prachachat
จัดสรร (ทุน) รันทด โจทย์ใหญ่ภาคการเงินกับเศรษฐกิจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เหตุใดเศรษฐกิจไทยจึงเติบโตชะลอลงต่อเนื่องตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ?
Key facts
- ธุรกิจไทยไม่ได้กำไรลดลง แต่ประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ลดลง
- ภาพเศรษฐกิจที่โตช้าสะท้อนผ่านงบการเงินระดับกิจการอย่างชัดเจน โดยการเติบโตของรายได้ภาคธุรกิจ และการลงทุนภาคเอกชนลดลงอย่างมากตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ขอธุรกิจไทยปรับลดลงต่อเนื่อง จากเฉลี่ย 8.3% ในปี
- กลไกสินเชื่ออาจยังจัดสรรทุนไม่สอดคล้องกับประสิทธิภาพของธุรกิจ
- SMEs เจอสองเด้ง : “เข้าถึงทุนยากกว่า-จ่ายแพงเกินความเสี่ยงจริง”
- ความท้าทายนี้ตกอยู่กับกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีการจ้างงานรวมกว่า 13.6 ล้านคน แม้ในกลุ่มธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 30% แรก ก็มี SMEs เพียง 1 ใน 5 เท่านั้นที่ได้รับสินเชื่อ (เทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ได้รับกว่า 60%)
- ปรับกลไกค้ำประกันสินเชื่อให้สะท้อนความเสี่ยง : ไม่คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันแบบ Flat Rate แต่กำหนดต้นทุนการเข้าร่วมโครงการตามระดับความเสี่ยง และให้กิจการที่ได้รับประโยชน์ร่วมรับภาระตามความเสี่ยงที่แท้จริง เพื่อรักษาแรงจูงใจการบริหารความเสี่ยงของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้
Summary
เพราะอีกหนึ่งกลไกพื้นฐานที่สำคัญคือการมองย้อนกลับมาดูว่า “ทรัพยากรและทุนที่มีอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด”
งานวิจัยล่าสุดของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) เรื่อง “จัดสรรรันทด : โจทย์ใหญ่ของภาคการเงินในการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทย” ได้ใช้ข้อมูลงบการเงินระดับนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ระหว่างปี 2542-2567 ร่วมกับข้อมูลสินเชื่อรายสัญญาที่สถาบันการเงิน รายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสะท้อนว่า ปัญหาสำคัญของไทยอาจไม่ใช่การมี “ทุนน้อยเกินไป” แต่เป็นภาวะ “ทุนอยู่ผิดที่”
หากกลไกตลาดทำงานได้สมบูรณ์ ทุนย่อมต้องไหลไปหาธุรกิจที่สามารถนำเงินทุนไปใช้ได้คุ้มค่ากว่า เพื่อให้ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพขยายการลงทุน และกดดันให้ธุรกิจที่ประสิทธิภาพลดลงค่อย ๆ ปรับตัวหรือออกจากตลาด แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทาง