The Standard
สปสช. จับมือกรมบัญชีกลาง ชู ‘NHSO Digital Platform’ ปลดล็อกข้าราชการหาหมอ รพ.สต. ไม่ต้องสำรองจ่าย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (29 สิงหาคม) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง เดินหน้าผลักดันระบบ NHSO Digital Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายตรงสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หวังอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิสามารถเข้ารับบริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิ (รพ.สต.) ได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย พร้อมช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของบุคลากรทางการแพทย์
Key facts
- วันนี้ (29 สิงหาคม) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง เดินหน้าผลักดันระบบ NHSO Digital Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายตรงสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
- ประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. อธิบายว่า ที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการและครอบครัวที่เข้ารับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิ มักต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จไปยื่นเบิกจากหน่วยงานต้นสังกัด
- เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะผู้บริหารจากกรมบัญชีกลางและ สปสช. ได้ลงพื้นที่ติดตามการใช้งานระบบ ณ รพ.สต.คลองสี่ และศูนย์การแพทย์และฟื้นฟูบึงยี่โถ จังหวัดปทุมธานี
- ด้าน ไพฑูรย์ ดำริห์ ผู้อำนวยการ รพ.สต.คลองสี่ หมู่ 13 และ บัณฑิต ตั้งเจริญดี รักษาการผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ฯ บึงยี่โถ สะท้อนความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ตลอด 2 เดือนที่เริ่มใช้งาน ระบบมีความเข้าใจง่าย
Summary
สิทธิชัย งามเกียรติขจร ผู้อำนวยการกองสวัสดิการรักษาพยาบาล เผยว่า ระบบดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวข้าราชการ ที่สามารถเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการดูแลระยะยาว (Long-term Care) ใกล้บ้านได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ส่งผลดีต่อการลดความแออัดในโรงพยาบาลขนาดใหญ่
ประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. อธิบายว่า ที่ผ่านมา ผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการและครอบครัวที่เข้ารับบริการในหน่วยบริการปฐมภูมิ มักต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จไปยื่นเบิกจากหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน ขณะเดียวกัน บุคลากรในหน่วยบริการปฐมภูมิต้องเผชิญกับภาระงานซ้ำซ้อนจากการบันทึกข้อมูลเบิกจ่ายในหลายระบบ
สำหรับทิศทางในอนาคต กรมบัญชีกลางตั้งเป้าหมายว่า ภายในปีงบประมาณ 2569 จะสามารถขยายจำนวนหน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้าร่วมระบบเบิกจ่ายตรงได้ประมาณ 2,000 แห่ง และมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีกประมาณ 7,000 แห่ง ในปี 2570 เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการทั่วประเทศ ซึ่ง สปสช. และกรมบัญชีกลางจะนำข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ไปพัฒนาและปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป