MGR Online
เจาะลึกเกมกินรวบอาเซียนเมื่อ Stablecoin ยึดอำนาจธนาคารกลาง ในวันที่ไทยยัง "ตื่นสาย" หรือถึงเวลา "อวสานเงินบาท?"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ในขณะที่ขุนพลนโยบายและเหล่านักการธนาคารในบ้านเรายังคงติดหล่มอยู่กับการถกเถียงเรื่อง "ความน่าเชื่อถือ" ของคริปโตเคอร์เรนซีราวกับคนหลงยุค โลกความเป็นจริงภายนอกกำแพงธนาคารกลางกลับถูกรุกรานอย่างหนัก สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2569 ไม่ใช่สงครามที่ใช้กำลังทหาร แต
Key facts
- ณ รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 อาจดูสวยหรู แต่ความจริงภาคสนามนั้นตบหน้าคนออกนโยบายอย่างแรง ข้อมูลชี้ชัดว่าธุรกรรมดิจิทัลในอาเซียน มากกว่า 50% วิ่งอยู่บน Stablecoin และเกือบทั้งหมดผูกติดกับดอลลาร์สหรัฐ (USDT, USDC) นี่คือการ
- ค่าธรรมเนียมมหาโหด ระบบธนาคารเดิมฟันกำไร 3-7% ต่อรายการ ขณะที่ Stablecoin ต่ำกว่า 1%
- กว้างจนน่ากลัว ในขณะที่ภาครัฐยังประชุมไม่เสร็จ แต่ชาวบ้านใช้ USDT กันคึกคักผ่านช่องทางใต้ดิน นี่คือเครื่องยืนยันว่าเวลาของการ
- ที่ส่งสัญญาณเตือนภัยมานานแล้ว พวกเขาเลิกง้อเคาน์เตอร์ธนาคาร แต่เลือกโอนเงินกลับบ้านผ่าน USDT เพราะมัน
- เช่นเดียวกับ SMEs ในเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่ Bypass ระบบ SWIFT อันอืดอาดทิ้งไป แล้วหันมาจ่ายค่าสินค้าข้ามพรมแดนด้วยดอลลาร์ดิจิทัลโดยไม่รอคำอนุญาตจากใคร
- มหาอำนาจเชิงมหภาค เมื่อเงินของคนอาเซียนไหลไปอยู่บนรางที่บริษัทอเมริกันอย่าง Tether หรือ Circle เป็นเจ้าของ เท่ากับว่าอำนาจในการคุมนโยบายการเงินของไทยกำลังกลายเป็นหมัน หากคนเลิกใช้เงินบาทแล้วหันไปใช้ USDT กันทั้งเมือง
Summary
ในขณะที่ขุนพลนโยบายและเหล่านักการธนาคารในบ้านเรายังคงติดหล่มอยู่กับการถกเถียงเรื่อง "ความน่าเชื่อถือ" ของคริปโตเคอร์เรนซีราวกับคนหลงยุค โลกความเป็นจริงภายนอกกำแพงธนาคารกลางกลับถูกรุกรานอย่างหนัก สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2569 ไม่ใช่สงครามที่ใช้กำลังทหาร แต่เป็นสงครามชิง "อธิปไตยทางการเงิน" ผ่านสิ่งที่เรียกว่า Stablecoin ซึ่งวันนี้มันกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจอาเซียนไปเรียบร้อยแล้ว ในวันที่แบงก์ชาติไทยยังทำได้แค่ "เดินจงกรม"