PPTV HD 36
เมื่อ “ธรรมชาติ” กลายเป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องบริหาร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วิกฤตธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังขยับจากประเด็นด้านความยั่งยืน มาเป็นความเสี่ยงที่กระทบธุรกิจโดยตรง ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงชุมชนและระบบเศรษฐกิจ ทำให้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติไม่สามารถแยกออกจากแผนธุรกิจได้อีกต่อไป โดยนายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ให้มุมมองเรื่องนี้ในงาน MFLF Sustainability Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “Nature Positive: เปลี่ยนธรรมชาติเป็นความปกติใหม่”
Key facts
- ถือส่วนแบ่งตลาดร่วมกัน 70% จับมือเขย่า "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"
- ถอดรหัส DNA ของ VOLVO เมื่อ “รถปลอดภัยที่สุดในโลก”
- นายสราวุฒิ มองว่าการจัดการน้ำต้องทำพร้อมกัน 3 ระดับ ระดับแรก Efficiency คือ จัดการสิ่งที่บริษัทควบคุมได้ก่อน ทั้งลดการใช้น้ำ เพิ่มประสิทธิภาพ นำน้ำกลับมาใช้ และบริหารกระบวนการผลิตผ่านหลัก 4R ได้แก่ Reserve, Reduce, Reuse และ Recycle
- ไปสู่คำถามว่า จะบริหารทรัพยากรร่วมอย่างไรให้ระบบยังรองรับการเติบโตได้ในระยะยาว
Summary
อย่างไรก็ตาม ในมุมบริหารธุรกิจ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เรื่องธรรมชาติเข้ามาอยู่ในระบบตัดสินใจจริง ตั้งแต่ แผนธุรกิจ เป้าหมาย ตัวชี้วัด งบประมาณ ไปจนถึงการลงทุน เพราะเมื่อทรัพยากรธรรมชาติกลายเป็นปัจจัยที่กำหนดต้นทุน ความต่อเนื่องของการผลิต และความสามารถในการเติบโต การบริหารธรรมชาติจึงไม่ใช่ “งานเพื่อสิ่งแวดล้อม” ขององค์กรอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
นายสราวุฒิ มองว่าการจัดการน้ำต้องทำพร้อมกัน 3 ระดับ ระดับแรก Efficiency คือ จัดการสิ่งที่บริษัทควบคุมได้ก่อน ทั้งลดการใช้น้ำ เพิ่มประสิทธิภาพ นำน้ำกลับมาใช้ และบริหารกระบวนการผลิตผ่านหลัก 4R ได้แก่ Reserve, Reduce, Reuse และ Recycle รวมถึงนำเทคโนโลยี Smart Manufacturing เข้ามาช่วย แต่โจทย์ไม่ได้จบที่รั้วโรงงาน เพราะประสิทธิภาพภายในจะไม่สามารถแก้ความเสี่ยงได้ หากลุ่มน้ำที่ธุรกิจพึ่งพายังมีปัญหา
ระดับที่สาม Resilience คือ การเพิ่มความสามารถของชุมชนและระบบนิเวศในการรับมือกับความเสี่ยง โดย TCP ทำงานร่วมกับชุมชนและพันธมิตรใน ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำโขง ภายใต้โครงการ TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย ซึ่งโจทย์ของโครงการไม่ได้มีเพียงการเพิ่มแหล่งน้ำ แต่รวมถึงการให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ เพื่อรองรับทั้งการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ซึ่งเชื่อมโยงต่อไปถึงคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยในด้านการวัดผล TCP ทำงานร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ