Krungthep Turakij
'กองทัพไทย' ยกข้อมูล'UNODC-ยูเอ็น' โต้ 'ฮุน เซน' ปราบสแกมเมอร์ ไม่ใช่ ยึดดินแดน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"กองทัพไทย" ปฏิเสธข้อกล่าวหา"ฮุน เซน" สิ้นเชิง ย้ำ ปราบสแกมเมอร์ ยึดข้อเท็จจริงสากลของ UNODC-ยูเอ็น ไม่ใช่ข้ออ้างในการยึดครอบครองพื้นที่ชายแดน
Key facts
- โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยยืนยันว่า กองทัพไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลเกี่ยวกับฐานปฏิบัติการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชา มิใช่ข้อมูลที่กองทัพไทยหรือประเทศไทยกล่าวอ้างขึ้นเอง
- หากแต่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากองค์กรระดับสากลอย่าง สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงรายงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า
Summary
โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยยืนยันว่า กองทัพไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยข้อมูลเกี่ยวกับฐานปฏิบัติการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ในฝั่งกัมพูชา มิใช่ข้อมูลที่กองทัพไทยหรือประเทศไทยกล่าวอ้างขึ้นเอง หรือสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางนโยบายแต่อย่างใด
28 ส.ค. พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณี สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยและกองทัพไทยว่า นำประเด็นขบวนการหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) และแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาใช้เป็นข้ออ้างในการยึดครอบครองพื้นที่ตามแนวชายแดน โดย กองทัพไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง และเห็นว่าประเด็นนี้ควรพิจารณาบนพื้นฐานของ “ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้” มากกว่าการกล่าวอ้างทางการเมือง
หากแต่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันจากองค์กรระดับสากลอย่าง สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงรายงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ซึ่งได้ระบุอย่างชัดเจนว่า พื้นที่บริเวณชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษในกัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคและระดับโลกของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ มีการบังคับใช้แรงงาน กักขัง ทรมาน และหลอกลวงประชาชนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก