Siam Blockchain
นายธนาคารท้องถิ่นสหรัฐฯ เตือน กฎหมาย Clarity Act อาจดูดเงินฝากและทำลายระบบสินเชื่อรายย่อย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้บริหารธนาคารท้องถิ่นในสหรัฐฯ ออกโรงเตือนว่า กฎหมาย Clarity Act ที่เปิดทางให้ผู้ให้บริการ Stablecoin จ่ายผลตอบแทนคล้ายดอกเบี้ย จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธนาคารขนาดเล็ก
Key facts
- ผู้บริหารธนาคารท้องถิ่นในสหรัฐฯ ออกโรงเตือนว่า กฎหมาย Clarity Act ที่เปิดทางให้ผู้ให้บริการ Stablecoin จ่ายผลตอบแทนคล้ายดอกเบี้ย จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธนาคารขนาดเล็ก
- ชี้ประเด็นว่าแม้เงินสำรองของ Stablecoin จะยังอยู่ในระบบการเงิน แต่ธนาคารท้องถิ่นจะสูญเสียฐานเงินฝากโดยตรง ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการปล่อยสินเชื่อรายย่อยหายไปหลายพันล้านดอลลาร์
- เรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งอุดช่องโหว่ทางกฎหมายก่อนการโหวตในเดือนกันยายน เพื่อป้องกันไม่ให้ Stablecoin กลายมาเป็นบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนสูงจนเอาเปรียบธนาคารดั้งเดิม
Summary
เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงนโยบายเพื่อปกป้องระบบธนาคารท้องถิ่นของสหรัฐฯ ซึ่งในระยะสั้นไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโตเคอร์เรนซีในตลาดโลก แต่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางกฎหมายที่วงการ Stablecoin ต้องเผชิญ
การเปิดช่องโหว่นี้จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการ Stablecoin สามารถดึงดูดลูกค้าด้วยผลตอบแทนสูงจากการถือพันธบัตร โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวด หรือแบกรับความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อเพื่อหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจเหมือนกับที่ธนาคารชุมชนต้องทำ
เขาอธิบายภาพให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า หากลูกค้าถอนเงิน 100,000 ดอลลาร์จากธนาคารชุมชนไปเก็บไว้ในรูปแบบ Stablecoin แม้บริษัทผู้ออกเหรียญจะนำเงินนั้นไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อค้ำประกันเอาไว้ในระบบ แต่ในความเป็นจริงคือธนาคารท้องถิ่นได้สูญเสียเงินทุนก้อนนั้นไปแล้ว และชุมชนก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากพันธบัตรของรัฐบาลเลย