Thansettakij
ไข่ไก่-หมูจี้รัฐรื้อ ‘ประกันข้าวโพด’ ชี้ต้นทุนพุ่ง ไทยเสียเปรียบคู่แข่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้เลี้ยงไก่ไข่-หมู ผนึกกำลังจี้รัฐทบทวนประกันราคาข้าวโพด ชี้เงินไม่ถึงเกษตรกรตัวจริง แต่ดันต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง กระทบขีดแข่งขันไทยเสนอเปลี่ยนเป็นช่วยลดต้นทุนปัจจัยการผลิต พร้อมรื้อสูตร 3:1 เปิดทางวัตถุดิบราคาถูกสู้มาเลเซีย-เวียดนาม
Key facts
- ชี้สูตร 3:1 ดันต้นทุนไทย แพ้มาเลย์-เวียดนาม
- ปัญหาสำคัญอยู่ที่ช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพดซึ่งตรงกับหน้าฝน ทำให้ผลผลิตมีความชื้นสูงประมาณ 30-38% และถูกหักค่าความชื้น ส่งผลให้เกษตรกรขายได้จริงเพียงประมาณ 5-6.50 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ที่ความชื้น 14% กิโลกรัมละ 9.80 บาท
- นางจุฑามาศกล่าวว่า ต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่มากกว่า 60% เป็นค่าอาหารสัตว์ ดังนั้น เมื่อราคาข้าวโพดสูงและมีความผันผวน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ขณะที่การปรับราคาไข่ไก่ทำได้ยาก ทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
- อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนคือมาตรการ 3:1 ซึ่งกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องใช้วัตถุดิบในประเทศที่มีราคาสูง
Summary
ผู้เลี้ยงไก่ไข่และสุกรเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนนโยบายประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งสูงขึ้น
นางจุฑามาศ บุญแสง ประธานสหกรณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย เปิดเผยว่า รัฐควรทบทวนโครงสร้างการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยปรับจากมาตรการประกันราคาไปเป็นการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต เนื่องจากเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากไม่มีเงินทุนและสถานที่จัดเก็บผลผลิต จึงจำเป็นต้องขายผลผลิตล่วงหน้าให้พ่อค้าคนกลาง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายก่อน
ปัญหาสำคัญอยู่ที่ช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพดซึ่งตรงกับหน้าฝน ทำให้ผลผลิตมีความชื้นสูงประมาณ 30-38% และถูกหักค่าความชื้น ส่งผลให้เกษตรกรขายได้จริงเพียงประมาณ 5-6.50 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ที่ความชื้น 14% กิโลกรัมละ 9.80 บาท โดยหากคิดที่ความชื้น 30% จะเหลือประมาณ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม