Thairath
นายกฯ เซ็นระเบียบเนรเทศฉบับใหม่ มีผล 28 ส.ค. เล็งกวาดล้างต่างชาติทำผิดกฎหมาย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
"อนุทิน" ลงนามระเบียบการเนรเทศ มีผลบังคับใช้ 28 ส.ค. นี้ ให้อำนาจ มท.1 สั่งทันทีต่างด้าวทำผิดกฎหมาย คืนความสงบสุขให้ประชาชน
Key facts
- วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569"
- ลงนามระเบียบการเนรเทศ มีผลบังคับใช้ 28 ส.ค. นี้ ให้อำนาจ มท.1 สั่งทันทีต่างด้าวทำผิดกฎหมาย คืนความสงบสุขให้ประชาชน
- ด้านกระบวนการทำงาน กรมราชทัณฑ์ต้องส่งข้อมูลและสำนวนคดีของต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยก่อนปล่อยตัวไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อออกคำสั่งเนรเทศและกำหนดเวลา "ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร"
- ระเบียบฉบับใหม่นี้ให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย รวมถึงผู้ใช้และผู้สนับสนุนออกไปนอกราชอาณาจักร
Summary
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569" ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเนรเทศเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ป้องกันความเสียหายต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี และความปลอดภัยของสังคมจากกลุ่มคนต่างด้าวที่เข้ามาฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน
ระเบียบฉบับใหม่นี้ให้อำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกคำสั่งเนรเทศคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ขัดต่อความสงบเรียบร้อย รวมถึงผู้ใช้และผู้สนับสนุนออกไปนอกราชอาณาจักร โดยคนต่างด้าวที่ต้องโทษจำคุกและได้รับการปล่อยตัว รัฐมนตรีสามารถสั่งเนรเทศได้ทันที ซึ่งครอบคลุมความผิด 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ เข้ามาหรืออยู่ในราชอาณาจักรโดยมิชอบด้วยกฎหมายคนเข้าเมือง ทำงานโดยมิชอบด้วยกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
อย่างไรก็ตาม การออกคำสั่งเนรเทศยังคงคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยจะส่งตัวกลับประเทศสัญชาติเดิมหรือประเทศที่แจ้งไว้นั้น หากมีประเทศอื่นหรือองค์กรระหว่างประเทศร้องขอรับตัวไปยังประเทศที่สามเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย (เสี่ยงต่อการถูกทรมาน อุ้มหาย หรือกระทำโหดร้าย) ภายใน 7 วัน โดยผู้ถูกเนรเทศยินยอมและประเทศผู้ร้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ก็สามารถส่งตัวไปได้ภายใต้กรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน (ขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 วัน) ทั้งนี้