Krungthep Turakij
‘กบข.’ เล็งเปิดสิทธิ์ข้าราชการ นำเงิน ‘บำนาญ’ มาออมต่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“กบข.” เตรียมเปิดสิทธิ์ข้าราชการนำบำนาญมาออมต่อ สร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ ลดความเสี่ยงมิจฉาชีพ ปรับวิธีบริหารพอร์ตแบบ TPA รับมือความผันผวน เชื่อมโยง Datalake วิเคราะห์ข้อมูลการเงินรอบด้าน เพิ่มประสิทธิภาพวางแผนการออมรายบุคคล
Key facts
- นายศรพล กล่าวต่อไปว่า กบข. ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน โดยศึกษาและพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ Total Portfolio Approach ”
- ระบบ TPA จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดพอร์ตของกงทุนแบบเดิมที่เน้นกระจายสินทรัพย์ หรือ SAA (Strategic Asset Allocation) ที่จะมีการล็อกสัดส่วนสินทรัพย์แต่ละประเภทและบริหารแต่ละสินทรัพย์แยกกัน มาเป็นการบริหารพอร์ตเป็นหนึ่งเดียว
- เราจะจัดสรรพอร์ตโดยมองผ่านมุมมองของ Factor Lens แทนการมองที่ตัวสินทรัพย์โดยตรง เช่น ดูว่าช่วงนี้เศรษฐกิจเติบโตดี ห่วงเรื่องเงินเฟ้อ หรือกังวลเรื่องสงคราม แล้วค่อยกระจายน้ำหนักไปลงในสินทรัพย์ที่เหมาะสม
- ประโยชน์ของการเชื่อมต่อระบบ Datalake จะช่วยให้ กบข. จะเห็นข้อมูลภาพรวมงบการเงินของสมาชิกข้าราชการแต่ละบุคคลได้อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร หรือกองทุนรวมอื่น ๆ และฝั่งหนี้สิน จากข้อมูลหนี้สินเครดิตบูโร (NCB)
Summary
ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าราชการที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ได้รับเงินก้อนจาก กบข. เฉลี่ยราว 1 - 1.5 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการเกษียณอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ข้าราชการไทย ยังมีภาระหนี้สูง ส่งผลให้สมาชิกจำนวนมากเมื่อเกษียณแล้วต้องนำเงินก้อนดังกล่าวไปชำระหนี้จนหมด
ระบบ TPA จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดพอร์ตของกงทุนแบบเดิมที่เน้นกระจายสินทรัพย์ หรือ SAA (Strategic Asset Allocation) ที่จะมีการล็อกสัดส่วนสินทรัพย์แต่ละประเภทและบริหารแต่ละสินทรัพย์แยกกัน มาเป็นการบริหารพอร์ตเป็นหนึ่งเดียว โดยเน้นวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทนผ่านปัจจัยเสี่ยง (Factor Lens) เช่น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ, และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบเชื่อมโยงข้ามสินทรัพย์
ปัจจุบัน กบข. ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลาง ได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กบข. ก่อนส่งต่อไปยัง กระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่ขั้นตอนรัฐสภาต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริงภายใน 2 ปี