Krungthep Turakij
'เบสเซนต์' ปะทะ 'วอร์ช' สหรัฐเสียงแตก แทรกแซงตลาด สรุปใครเป็นผู้กำหนด?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐ กำลังเผชิญรอยต่อสำคัญ เมื่อผู้กำหนดนโยบายสองเสาหลักมีความเห็นขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ในประเด็นที่ว่า "รัฐควรปล่อยให้ตลาดเสรีทำงานด้วยตัวเองมากน้อยเพียงใด" ในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
Key facts
- นักลงทุนต่างจับตาความขัดแย้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยในวันศุกร์นี้ (28 ส.ค.69) นายวอร์ช มีกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประจำปีของเฟดที่เมือง แจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ซึ่งตลาดกำลังรอความชัดเจนว่า ประธานเฟดคนใหม่จะจัดการกับปัญหาเงินเฟ้ออย่างไร
- ท่าทีดังกล่าวทำให้นักลงทุนตีความว่าเป็นสัญญาณว่า วอชิงตันจะไม่ยอมให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย พุ่งเข้าใกล้ระดับ 5% โดยไม่ทำอะไรเลย
- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเบสเซนต์ ประกาศว่า กระทรวงการคลังจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (buybacks) อย่างน้อยเป็นสองเท่า โดยให้เหตุผลว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yields) ระยะ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีนั้น
- วิล คอมเพอร์นอลล์ นักยุทธศาสตร์มหภาคจาก FHN Financial กล่าว
Summary
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเบสเซนต์ ประกาศว่า กระทรวงการคลังจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว (buybacks) อย่างน้อยเป็นสองเท่า โดยให้เหตุผลว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yields) ระยะ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปีนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่แท้จริง
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามใช้มาตรการแทรกแซงที่ไม่ปกตินัก เพื่อกดต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวลง ขณะที่ นาย เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มีจุดยืนชัดเจนในการถอยฉากจากการแทรกแซงตลาดแบบเดิมๆ และต้องการปล่อยให้ตลาดเป็นผู้กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยด้วยตัวเอง
ความแตกแยกนี้ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มความพยายามในการควบคุมต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว ซึ่งเป็นความพยายามที่นักวิเคราะห์และผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจำนวนมากมองว่าไม่น่าจะประสบความสำเร็จได้ หากไม่มีขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการควบคุมการขาดดุลการคลังของสหรัฐ