Bangkok Today
รู้เท่าทันจิตใจ เมื่อเสพข่าวมากเกินไป หมอเตือนภัยเงียบที่กระทบทุกวัยในครอบครัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในยุคที่ข่าวสารไหลบ่าเข้าถึงทุกคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัยต่างมีโอกาสรับรู้เรื่องราวความขัดแย้ง ภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งในและต่างประเทศอยู่แทบทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อภาพข่าวและสถานการณ์เต็มไปด้วยความตึงเครียด ความวิตกกังวลและความหดหู่ที่แฝงมากับการเสพข่าวจึงกลายเป็นผลกระทบเงียบๆ ที่ค่อยๆ สะสมในจิตใจโดยที่หลายคนไม่ทันรู้ตัว
Key facts
- พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช อธิบายว่า การรับข่าวสารร้ายแรงอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม “Doomscrolling”
- คือการไถหน้าจอตามหาข่าวร้ายซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งส่งผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงวัย โดยผู้สูงอายุที่มักใช้เวลาว่างอยู่กับทีวีหรือโซเชียลมีเดียเป็นเวลานาน มีแนวโน้มหมกมุ่นกับข่าวสารจนรู้สึกสิ้นหวังหรือกังวลถึงอนาคตของลูกหลาน
- พญ.เต็มหทัย แนะนำแนวทางการรับมือว่า ควรเริ่มจากการจำกัดเวลาเสพข่าวให้ชัดเจน เช่น วันละ 15-30 นาที เลือกติดตามจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและหลีกเลี่ยงสื่อที่เน้นกระตุ้นอารมณ์
- คุณหมอชี้ให้เห็นสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต โดยสัญญาณทั่วไปที่พบได้ในทุกวัย ได้แก่ ความรู้สึกกังวล ใจสั่น ตื่นตระหนกตลอดเวลา นอนหลับยาก ฝันร้าย หรืออารมณ์หงุดหงิดง่ายจนหมดพลังในการทำกิจกรรมประจำวัน
Summary
พญ.เต็มหทัย นาคเทวัญ จิตแพทย์ แผนกส่งเสริมสุขภาพจิต โรงพยาบาลนวเวช อธิบายว่า การรับข่าวสารร้ายแรงอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะเครียดจากการรับรู้ภัยพิบัติ (Vicarious Trauma) หรือพฤติกรรม “Doomscrolling”
คุณหมอชี้ให้เห็นสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต โดยสัญญาณทั่วไปที่พบได้ในทุกวัย ได้แก่ ความรู้สึกกังวล ใจสั่น ตื่นตระหนกตลอดเวลา นอนหลับยาก ฝันร้าย หรืออารมณ์หงุดหงิดง่ายจนหมดพลังในการทำกิจกรรมประจำวัน สำหรับผู้สูงอายุอาจสังเกตได้จากอาการทางกายที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูงขึ้นหรือแน่นหน้าอก รวมถึงการพูดวนเวียนอยู่กับเรื่องข่าวร้ายเดิมๆ และการแยกตัวจากกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ ส่วนในเด็กอาจแสดงออกผ่านพฤติกรรมถดถอย เช่น งอแงผิดปกติ ติดพ่อแม่มากขึ้น กลัวการอยู่คนเดียว
พญ.เต็มหทัย แนะนำแนวทางการรับมือว่า ควรเริ่มจากการจำกัดเวลาเสพข่าวให้ชัดเจน เช่น วันละ 15-30 นาที เลือกติดตามจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและหลีกเลี่ยงสื่อที่เน้นกระตุ้นอารมณ์ พร้อมสร้างสมดุลด้วยการสลับไปรับชมเนื้อหาเชิงบวกหรือเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจบ้าง นอกจากนี้การฝึกสติและหายใจลึกๆ ช้าๆ สัก 5 นาทีก็ช่วยให้จิตใจสงบลงได้ และหากรู้สึกอยากมีส่วนช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ การบริจาคหรือสนับสนุนองค์กรที่เกี่ยวข้องก็เป็นอีกหนทางหนึ่งในการเปลี่ยนความรู้สึกให้เป็นพลังบวก