Thairath
อย.สหรัฐฯ อนุมัติยารักษา "มะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย" ตัวใหม่ ยืดอายุผู้ป่วยได้เกือบเท่าตัว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยารักษาโรคมะเร็งตับอ่อนตัวใหม่ "Rasonque" (ชื่อตัวยา daraxonrasib) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนระยะแพร่กระจาย หลังผลการทดลองทางคลินิกพบว่าสามารถยืดระยะเวลารอดชีวิตเฉลี่ยของผู้ป่วยได้นานขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดแบบมาตรฐาน
Key facts
- องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติยารักษาโรคมะเร็งตับอ่อนตัวใหม่ "Rasonque"
- องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) ประกาศอนุมัติยา Rasonque (ชื่อตัวยา daraxonrasib) ซึ่งเป็นยาลดการทำงานของโปรตีนและยีนกลายพันธุ์ชนิด RAS สำหรับรักษาผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีอาการมะเร็งตับอ่อนชนิด Pancreatic Adenocarcinoma
- ผู้ป่วยที่ได้รับยา Rasonque มีอาการข้างเคียงรุนแรงเพียง 44% เมื่อเทียบกับกลุ่มเคมีบำบัดที่พบสูงถึง 57.5% โดยผลข้างเคียงทั่วไปที่พบได้ ได้แก่ ผื่นคัน, ท้องเสีย, ช่องปากอักเสบ, คลื่นไส้, อ่อนเพลีย, อาเจียน, ปวดท้อง, อาการบวมน้ำ,
- ในแต่ละปี มีผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนในสหรัฐฯ ราว 67,000 ราย แม้จะคิดเป็นเพียง 3.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด แต่กลับมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก เนื่องจากมักตรวจพบในระยะลุกลามและตอบสนองต่อการรักษาได้น้อย
Summary
ดร. แองเจโล เดอ คลาโร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็งวิทยาของ FDA กล่าวว่า "ยาตัวนี้แสดงผลการรักษาที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในกลุ่มโรคที่ยังขาดแคลนทางเลือกในการรักษาอย่างหนัก การอนุมัติที่รวดเร็วนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ FDA ในการเร่งนำยารักษาโรคที่มีอันตรายถึงชีวิตมาสู่มือผู้ป่วยให้เร็วที่สุด"
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟดีเอ) ประกาศอนุมัติยา Rasonque (ชื่อตัวยา daraxonrasib) ซึ่งเป็นยาลดการทำงานของโปรตีนและยีนกลายพันธุ์ชนิด RAS สำหรับรักษาผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่มีอาการมะเร็งตับอ่อนชนิด Pancreatic Adenocarcinoma ระยะแพร่กระจาย ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และเคยผ่านการรักษาด้วยเคมีบำบัดมาก่อน หรือไม่สามารถรับยาเคมีบำบัดหลายตัวร่วมกันได้ โดยการอนุมัติครั้งนี้เกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนกำหนดการเดิมถึง 6 เดือนครึ่ง
ในแต่ละปี มีผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อนในสหรัฐฯ ราว 67,000 ราย แม้จะคิดเป็นเพียง 3.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด แต่กลับมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงมาก เนื่องจากมักตรวจพบในระยะลุกลามและตอบสนองต่อการรักษาได้น้อย โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมักเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 3 เดือนหลังได้รับการวินิจฉัย