Post Today
BANPU เดิมพัน 5 ปี พลิกโฉมถ่านหิน สู่ Energy Symphonics เปลี่ยนพอร์ตพลังงานรับโลก AI
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
บ้านปูเปิดแผนธุรกิจ 5 ปีหลังควบรวม BPP เดินหน้าสร้างแพลตฟอร์มพลังงาน เชื่อมก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้า เหมืองยุคใหม่ แบตเตอรี่ และเทคโนโลยี AI ตั้งเป้า EBITDA โต 1.5 เท่า พร้อมดันสัดส่วนกำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินเกิน 50% ภายในปี 2573 ทุ่มงบลงทุนกว่า 3,0
Key facts
- การเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้ต้องใช้เงิน บ้านปูวางงบลงทุน 5 ปีประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ราว 60% จะลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ BKV ส่วนอีกประมาณ 40% ลงทุนในกลุ่มเหมืองและ Power+
- จุดที่ต้องจับตา ไม่ใช่แค่โตหรือไม่? แม้แผนดังกล่าวจะมีภาพของโอกาสจำนวนมาก แต่ การลงทุน 5 ปี มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาถ่านหิน ต้นทุนเงินทุน ความสำเร็จของโครงการโรงไฟฟ้า
- หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผน 5 ปี คือ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ผ่าน BKV โดยในปี 2569 บ้านปูตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มจากปีก่อนที่ประมาณ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน
- แผนดังกล่าวทำให้ช่วงปี 2569-2571 เป็นช่วงสำคัญ เพราะเป็นระยะที่บริษัทจะเริ่มลงทุนในธุรกิจที่มีความถนัดและต่อยอดจากสินทรัพย์เดิม
- ปัจจุบันโรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตประมาณ 1.5 กิกะวัตต์ และบริษัทกำลังพิจารณาขยายเพิ่มอีก 1 โครงการ โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570
- ทั้งการเพิ่มศักยภาพแหล่งก๊าซ Barnett ในสหรัฐฯ การพัฒนาโรงไฟฟ้าที่คาดว่าจะทยอยเข้ามาในปี 2570-2571 รวมถึงโครงการ CCUS ขณะเดียวกัน ธุรกิจถ่านหินยังคงเป็นแหล่งกำไรและกระแสเงินสดสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน
Summary
ย้อนกลับไปมองภาพของ “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU” ในอดีต ชื่อของบริษัทอาจถูกจดจำในฐานะผู้เล่นรายใหญ่ของธุรกิจถ่านหิน แต่วันนี้ ภาพเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผน 5 ปี คือ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ผ่าน BKV โดยในปี 2569 บ้านปูตั้งเป้าผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 960 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน เพิ่มจากปีก่อนที่ประมาณ 836 ล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าต่อวัน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าปริมาณก๊าซ คือ การพยายามเชื่อมก๊าซเข้ากับไฟฟ้า
จับตาเกมใหญ่รับ Data Center และ Hyperscalers อาจเป็นแรงส่งใหม่ในอนาคต