Thansettakij
รัฐบาลจ่อชง Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เข้าครม. สรุปผล 27 ส.ค.นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รองนายกฯ “ปกรณ์” เผยแผน Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เตรียมสรุปผลฟังความคิดเห็น 27 ส.ค.นี้ ก่อนชง ครม. ต่อด้วยแก้ กม.ลำดับรองหนุนภาคธุรกิจ ล่าสุด ก.พ.ร. เปิดรับฟังแล้วกว่า 10 ฉบับ
Key facts
- วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (Early Retirement) ว่า ภายหลัง
- สำนักงาน ก.พ. ระบุเหตุผลว่า การดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ข้อ 21 การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ
- ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 โดยขยายระยะเวลาการตรึงกรอบอัตรากำลังขององค์การมหาชน จากเดิมสิ้นสุดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
- ควบคู่กับการปรับบทบาท ภารกิจ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดและมาตรการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก”
Summary
สำหรับสาระสำคัญของการเปิดรับฟังความคิดเห็นมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (Early Retirement) ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ พร้อมทั้งการกำหนดสิทธิประโยชน์ (เงินก้อน) ของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ การกำหนดเงื่อนไขการยุบเลิกตำแหน่ง
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดขนาดภาครัฐ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลตามนโยบายปฏิรูประบบราชการ
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ (Early Retirement) ว่า ภายหลัง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งในวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปข้อรับฟังความคิดเห็นและแนวทางทั้งหมด ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป