Komchadluek
สาวช็อก! เช็กแอปฯ ทางรัฐ พบประวัติคดีอาญาโผล่ ยัน ไม่เคยโดนจับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
25 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.ณัทฆลตา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ซึ่งประกอบกิจการร้านกดสิวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ หลังเจ้าตัวตรวจสอบประวัติของตนเองผ่าน "แอปพลิเคชันทางรัฐ" แล้วพบข้อมูลคดีอาญาที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน จนนำไปสู่
Key facts
- น.ส.ณัทฆลตา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 2569 ขณะที่เพื่อนเดินทางมาใช้บริการที่ร้านกดสิว และพูดคุยกันตามปกติ ก่อนเพื่อนจะถามว่า เคยเข้าไปตรวจสอบประวัติของตัวเองในแอปพลิเคชันทางรัฐหรือไม่
- ด้วยความสนใจจึงลองเข้าไปตรวจสอบ โดยไม่ได้คาดคิดว่าจะพบสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเปิดดูข้อมูลกลับพบว่า มีชื่อของตนเองปรากฏอยู่ในคดีอาญา โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับคดีขายสุราเกินเวลา และมีข้อมูลว่าถูกจับกุมเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 17.05 น.
- นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้นำหลักฐานเกี่ยวกับ ไทม์ไลน์ในวันที่ 11 มี.ค. 2566 ไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าในช่วงเวลาที่มีการระบุว่าเธอถูกจับกุม เธออยู่ที่ใดและกำลังทำอะไรโดยหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นำไปแสดง
- เวลาประมาณ 16.22 น. เธอกำลังเดินเข้าไปภายใน ห้างโลตัส อุทุมพรพิสัย
Summary
หลังจากนั้นจึงเดินทางไปที่ สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลคดีดังกล่าว โดยหวังว่าจะพบว่าเป็นเพียงความผิดพลาดของระบบหรือการบันทึกข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แต่ผลการตรวจสอบเบื้องต้นกลับทำให้เจ้าตัวตกใจมากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่า มีข้อมูลคดีอยู่ในระบบจริง ทั้งข้อมูลการลงบันทึกประจำวัน รายละเอียดข้อกล่าวหา และข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุม รวมถึงมีการระบุว่ามีตำรวจและชุดจับกุมเข้าไปดำเนินการจริง
น.ส.ณัทฆลตา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ส.ค. 2569 ขณะที่เพื่อนเดินทางมาใช้บริการที่ร้านกดสิว และพูดคุยกันตามปกติ ก่อนเพื่อนจะถามว่า เคยเข้าไปตรวจสอบประวัติของตัวเองในแอปพลิเคชันทางรัฐหรือไม่ พร้อมแนะนำวิธีตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมและประวัติคดีของตนเอง
น.ส.ณัทฆลตา กล่าวว่า ตำรวจแนะนำให้กลับมาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่าสำนวนคดีดังกล่าวมีที่มาอย่างไร และประเด็นสำคัญคือ ใครเป็นผู้ลงชื่อหรือให้ความยินยอมแทนตัวเธอ เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมหรือรับทราบคดีดังกล่าวมาก่อน เมื่อถึงวันเจ้าตัวจึงเดินทางกลับไปที่ สภ.อุทุมพรพิสัยอีกครั้ง และได้ขอตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดี พบว่ามีสำนวนคดีถูกจัดเก็บอยู่จริง และคดีดังกล่าวได้ดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว