Thairath
เหตุป่วนชายแดนใต้ "นราธิวาส" พบ 40 จุด คนเจ็บ 3 ราย ตั้งเป้าจ่ายเยียวยาใน 10 วัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้ว่าฯ - หน่วยงานความมั่นคง แถลงความคืบหน้าเหตุป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เผย "นราธิวาส" เจอก่อเหตุ 40 จุด เร่งยกระดับคุมเข้มความปลอดภัย - ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับ เผยอาการผู้บาดเจ็บ 3 ราย ล่าสุดปลอดภัยแล้ว ตั้งเป้าจ่ายเงินเยียวยาใน 10 วัน
Key facts
- วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ ชั้น 4 โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พ.อ.อนิรุจน์
- ผู้ว่าฯ - หน่วยงานความมั่นคง แถลงความคืบหน้าเหตุป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เผย
- ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเยียวยา จังหวัดตั้งเป้าจ่ายเงินชดเชยด้านทรัพย์สินตามความเสียหายจริงให้เร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลาประมาณ 10 วัน เช่นเดียวกับกรณีปั๊มน้ำมันก่อนหน้านี้ รวมทั้งมีกาชาดจังหวัด และแรงงานจังหวัดเข้าดูแลผู้บาดเจ็บ
- ผู้บาดเจ็บรายที่ 3 นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ประสบเหตุในพื้นที่ อ.จะแนะ สภาพบาดเจ็บสาหัสที่สุด จากการถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง แพทย์ได้นำเข้าห้องผ่าตัดเร่งด่วนตั้งแต่กลางคืน โดยพบแผลกระสุนทะลุลำไส้ ศัลยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดตัดต่อลำไส้
Summary
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ รถไฟสัญจรไม่ได้ เสาไฟฟ้าดับส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยติดเตียง และที่ทำการ อบต. ถูกเผา ทำให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางไม่สามารถมาติดต่อราชการได้ ตนยอมรับว่า "นอนไม่หลับทั้งคืน" และต้องมานั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยตลอดจนสว่าง พร้อมทั้งขอแรงประชาชนร่วมกันประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุ และช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ ชั้น 4 โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พ.อ.อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส) และ นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกันแถลงภาพรวม และชี้แจงข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบป่วนเมืองครั้งใหญ่ ทั่วพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
จากประสบการณ์ศัลยแพทย์ บาดแผลลักษณะนี้บ่งชี้ว่า อานุภาพการทำลายล้างของอาวุธไม่ได้สูงมาก ไม่ได้ส่งผลให้อวัยวะภายในแหลกเหลวเหมือนอาวุธสงครามร้ายแรงที่มีแรงทำลายล้างสูง อย่างไรก็ตาม ทิศทางและขนาดกระสุนที่แน่ชัด ต้องรอผลการพิสูจน์ทางนิติเวชวิทยาอย่างเป็นทางการต่อไป.