Krungthep Turakij
รูปแบบธุรกิจที่น่าจะช่วยเหลือ ‘คนยากจน-SME-รัฐ’ ได้อย่างยั่งยืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ตกต่ำมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว หลายฝ่ายอาจปลงว่า ไม่มีช่องทางแก้ไขให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักความยากจนและเหลื่อมล้ำได้
Key facts
- ขยะเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างแพร่หลายและทุกครัวเรือนหรือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของต้องการกำจัด จึงมีราคาติดลบ (ตรงกันข้ามกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ)
- สร้างงานให้แก่ผู้ยากจนในขบวนการเก็บขยะและคัดแยกขยะ
- ไฟฟ้า (ซึ่งเป็นผลผลิตของขบวนการ) เป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการใช้คือรองรับอยู่เสมอ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ระบบ Data Center, AI, และยานพาหนะ EV กำลังเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก
- ราคาไฟฟ้าที่ต่ำลงย่อมช่วยลดปัญหาค่าครองชีพให้แก่คนจน และ SME
- ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะเข้าช่วยลดความต้องการพลังงานประเภทอื่น ๆ ที่ประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศเป็นอันมาก
- ธุรกิจ JV นี้ ไม่ใช่ของใหม่ เพราะได้มีการจัดตั้ง บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมทั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทย จำกัด กันมาหลายอำเภอแล้วตั้งแต่ปี 2558
Summary
การผลิตพลังงานจากทรัพยากรที่หมุนเวียนได้เช่นนี้ (renewable energy) ตรงตามที่ธนาคารพัฒนาการแห่งเอเชีย (ADB) ได้ให้คำแนะนำแก่ประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าควรให้ความสำคัญและสนับสนุนเป็นพิเศษ
แต่อุปสรรคในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา คือแต่ละอำเภอยังมีความพร้อมไม่เท่ากัน นอกจากนั้นปัญหาที่ยังแพร่หลายมากที่สุดใน SME คือ การเงิน การเข้าถึงเทคโนโลยี และการตลาด
แต่หากเราพิจารณาลึกลงไปถึงรายละเอียดของแต่ละภาคเศรษฐกิจแล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐยังมีช่องทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยู่บ้าง ซึ่งก็คือ การทำธุรกิจร่วมกันหรือ Joint Venture (JV) เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันหรือของชุมชน