← Back to KHAO

จาก Just in Time สู่ Supply Chain Resilience : โจทย์ใหม่ของผู้ส่งออกไทย

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ข้าวไทยคัมแบ็กมาเลเซียเบอร์ 1 ลุ้นส่งออกปีนี้ทะลุ 7 แสนตัน ฟิลิปปินส์โตแรง 110%

ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ มาตรการกีดกันทางการค้า และค่าขนส่งที่ผันผวน ทำให้ธุรกิจทั่วโลกทบทวนการบริหารห่วงโซ่การผลิตจากแนวคิด Just in Time (JIT) ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ไปสู่การสร้างสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพ” และ “ความยืดหยุ่น” (Supply Chain Resilience) มากขึ้น

Key facts

Summary

ทั้งนี้ข้อมูล WTO ระบุว่า การค้าในห่วงโซ่การผลิตโลกปี 2567 ยังมีสัดส่วนสูงถึงราว 46% (ลดลงเพียงเล็กน้อยจากระดับสูงสุด 48% ในปี 2565) สะท้อนว่าโลกไม่ได้ละทิ้งการค้าระหว่างประเทศ แต่กำลังปรับให้มีความหลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนไปใน 3 มิติสำคัญ

จากการแข่งขันด้านราคา สู่ความเชื่อมั่นในการส่งมอบตามสัญญา ผู้ซื้อต่างประเทศไม่ได้ซื้อเพียงสินค้า แต่ยังซื้อความมั่นใจว่าสินค้าจะถูกส่งมอบได้แม้เกิดวิกฤต ส่งผลให้ผู้ส่งออกที่มีวัตถุดิบสำรองและแผนบริหารความเสี่ยงอาจอาศัยการส่งมอบที่เชื่อถือได้ (Resilience Premium) เป็นจุดขายที่ต่างจากคู่แข่งในตลาด ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันจากการต่อรองด้านราคาเพียงอย่างเดียว

3.พร้อมมองเห็น (Visibility & Traceability) พัฒนาระบบข้อมูล การบริหารสต๊อก และการตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบและสินค้า รวมถึงใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Analytics หรือ AI เพื่อช่วยติดตามและคาดการณ์ความเสี่ยงในห่วงโซ่การผลิต

Read full article at Prachachat →