Thai Post
กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา รุกเชียงราย ยกร่างสมุดปกขาว ‘ไทย–จีน’ ในระเบียบโลกใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา รุกเชียงราย ยกร่างสมุดปกขาว ‘ไทย–จีน’ ในระเบียบโลกใหม่ ปลดล็อกคอขวด R3A-ดันด่านกวนเหล่ย หนุน SME ไทยพ้น ‘ทางผ่านสินค้า’
Key facts
- 23 ส.ค.2569-คณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ
- นายชวภณ ระบุว่า แม้ตัวเลขการค้าผ่าน 3 ด่านหลักของเชียงรายช่วงครึ่งแรกปีงบประมาณ 2569 จะพุ่งสูงถึง 65,000 ล้านบาท และไทยเกินดุลการค้ากว่า 45,000 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขกว่า 70% เป็นเพียง
- ผู้ว่าฯ เชียงรายยกทัพของดี 4 จังหวัด บุกกรุง เปิด ‘อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026’
- กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา รุกเชียงราย ยกร่างสมุดปกขาว ‘ไทย–จีน’ ในระเบียบโลกใหม่ ปลดล็อกคอขวด R3A-ดันด่านกวนเหล่ย หนุน SME ไทยพ้น ‘ทางผ่านสินค้า’
- ของจีน ซึ่งมีระยะทางเพียง 265 กม. และต้นทุนต่ำกว่าอยู่ที่ 240,000–275,000 บาท/ตู้ โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนอนุมัติให้กวนเหล่ยเป็นด่านจำเพาะนำเข้าผลไม้สดเพิ่มเติม ส่วนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ มูลค่า 1,996 ล้านบาท
- (Thailand–China in the New World Order: Cooperation for Trade Balance and Sustainable Development) เสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาและรัฐบาล เพื่อใช้เป็นกรอบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการต่างประเทศและการค้าของไทยในระดับประเทศ
Summary
นายชวภณ ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง เน้นย้ำว่า การลงพื้นที่เชียงรายครั้งนี้เป็นการนำคณะมาศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ประตูการค้าสำคัญ เพื่อนำปัญหาจริงไปจัดทำสมุดปกขาวเสนอแนะเชิงนโยบายแก่รัฐบาลในการสร้างสมดุลทางการค้าระหว่างไทยกับจีนระดับประเทศ โดยจากการวิเคราะห์โครงสร้างโลจิสติกส์การค้าระหว่างไทย-จีนในภาพรวมประเทศ พบว่า การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาทางเรือเป็นหลักสูงถึง 80% ส่วนทางบกมีสัดส่วนประมาณ 20% แต่ในบรรดาช่องทางบกทั้งหมด เส้นทาง R3A
23 ส.ค.2569-คณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดย นายชวภณ วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง ในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 โดยเข้าประชุมและลงพื้นที่จริง ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ด่านศุลกากรเชียงของ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อเท็จจริงจากหน้างาน
ในมิติการขนส่งและโลจิสติกส์ คณะฯ พบว่าเส้นทาง R3A ทางบกประสบปัญหาถนนฝั่ง สปป.ลาว ชำรุดหนัก และมีภาระ ค่าเปลี่ยนหัวลากแฝงตู้ละประมาณ 60,000 บาท ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งพุ่งสูงถึง 260,000–300,000 บาท/ตู้ จึงเตรียมเสนอรัฐบาลให้เร่งผลักดันการขนส่งทางน้ำผ่านแม่น้ำโขงจากท่าเรือเชียงแสนไปยัง “ท่าเรือกวนเหล่ย”