Prachachat
หมอเตือน “หลอดเลือดหัวใจตีบ” ภัยเงียบวัย 40+ ความแข็งแรงภายนอก ไม่ใช่หลักประกันความปลอดภัย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรณีการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบของคนในวัย 40+ ได้สร้างกระแสความตื่นตัวครั้งใหญ่ให้แก่สังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ยังเชื่อมั่นว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี และออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ
Key facts
- ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ต่างจากอาการวูบทั่วไปอย่างไร?
- พันธุกรรม มีผลแค่ไหน ต้องระวังมากกว่าปกติอย่างไร?
- หากเจอคนหมดสติหรือวูบจากภาวะหัวใจ ต้องทำอะไรก่อน?
- กรณีการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบของคนในวัย 40+ ได้สร้างกระแสความตื่นตัวครั้งใหญ่ให้แก่สังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ยังเชื่อมั่นว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี และออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ
Summary
เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า เส้นเลือดหัวใจตีบ” ในวัย 40+ เกิดจากอะไร ทำไมคนที่ดูแข็งแรงภายนอกถึงยังเป็นโรคนี้ได้? นพ. นิธิวัฒน์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากคราบไขมันและการอักเสบที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดเป็นเวลานานหลายปี จนทำให้หลอดเลือดค่อยๆ ตีบแคบลง กระบวนการนี้สามารถเริ่มก่อตัวสะสมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวแทบไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แสดงออกมาเลย
ทว่าอาการอาจไม่ได้ปรากฏอยู่แค่บริเวณหน้าอกเพียงอย่างเดียว แต่อาจกระจายหรือร้าวไปที่ไหล่ แขน คอ กราม หลัง หรือบริเวณลิ้นปี่ รวมถึงมีอาการหายใจไม่อิ่ม เหนื่อยผิดปกติ เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่เคยเหนื่อยง่าย แต่จู่ๆ เมื่อเดินขึ้นบันไดระยะเดิมแล้วรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น หรือทำกิจกรรมเดิมๆ แล้วต้องหยุดพัก อาการเหล่านี้ไม่ควรรีบสรุปเอาเองว่าเป็นเพียงเรื่องของ “อายุที่เพิ่มขึ้น” หรือ “การพักผ่อนน้อย”
สำหรับอาการเตือนที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่งคือ เจ็บแน่นหน้าอกในลักษณะเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นขณะออกแรง เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือเผชิญกับความเครียด และอาการดังกล่าวมีแนวโน้มทุเลาลงเมื่อได้หยุดพัก