Prachachat
น้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย เกษตรเสียหายเบื้องต้น 1.49 หมื่นไร่ เร่งสำรวจช่วยเหลือ-จับตาฝนหนักต่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กระทรวงเกษตรฯ เร่งสำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วมน่านเริ่มคลี่คลาย เบื้องต้นพบพื้นที่เกษตร 9 อำเภอเสียหาย 14,963.18 ไร่ กระทบเกษตรกร 6,538 ราย โดยข้าวเสียหายมากสุดกว่า 9,121 ไร่ พร้อมเตรียมพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด ขณะที่ สทนช.เผยน้ำอ่างทั่วประเทศอยู่ที่ 61% และยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งช่วง 23-24 สิงหาคม
Key facts
- รายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุว่า สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำ 49,618 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 61% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำใช้การ 25,497 ล้านลูกบาศก์เมตร
- เมื่อแยกเป็นรายภาค ภาคเหนือมีปริมาณน้ำ 16,354 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,956 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 49% ภาคกลาง 677 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 36% ภาคตะวันออก 1,587 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 50% ภาคตะวันตก 20,247
- สทนช.ระบุว่า มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่า 30% หรือต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด จำนวน 11 แห่ง
- ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย หลังระดับน้ำในหลายพื้นที่ลดลงต่อเนื่อง โดยมวลน้ำก้อนใหญ่เคลื่อนผ่านตัวเมืองน่านลงสู่อำเภอเวียงสา ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำยังสูงกว่าตลิ่งประมาณ 2 เมตร
Summary
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า เกษตรกรที่ประสบภัยต้องตรวจสอบก่อนว่า พืชที่ปลูกในพื้นที่ของตนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหรือปรับปรุงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยหรือไม่ เนื่องจากเป็นขั้นตอนสำคัญในการพิจารณาสิทธิรับความช่วยเหลือ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติอย่างเต็มที่ ได้สั่งการกรมส่งเสริมการเกษตรกำชับสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและฝนสะสม พร้อมเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของเกษตรกรด้านพืชทันทีที่สถานการณ์เอื้ออำนวย
หากไม่มีฝนตกหนักหรือปัจจัยอื่นเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนมวลน้ำไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ต่อไป