Prachachat
Hormuz Effect-สหรัฐแทรกแซงตลาดบอนด์ เขย่า Fed และโลกลงทุนในครึ่งปีหลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้กลับมาปั่นป่วนโลกอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่สงครามสู้รบ แต่เป็นศึกชิง “ฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก
Key facts
- Value Play (ตลาดหุ้นจีน): แม้จะถูกกดดันจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจโตช้า แต่มีอีกเสาเศรษฐกิจใหญ่คือเทคโนโลยีขั้นสูง จีนกำลังเร่งยกระดับการพึ่งพาตนเองด้านเซมิคอนดักเตอร์เพื่อลดการพึ่งพาตะวันตก ตลาดหุ้นจีนมี Valuation ถูกที่สุดในโลก หุ้นกลุ่มธนาคารและประกันจ่ายปันผล 4-5% และ H-Share ปรับขึ้นมาแล้ว 20%-30% YTD
- Satellite Portfolio (สัดส่วนไม่เกิน 30%)
- ปีนี้มีมูลค่าเกือบ 2.2 แสนล้านดอลลาร์ ที่มากกว่าสองเท่าของทั้งปี 2025 ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทั้งรัฐบาลและบริษัทต่างๆ จะต้องแข่งขันกันแย่งเงินทุนจากนักลงทุนและทำให้นักลงทุนสามารถเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตรระยะยาว
- ปฏิกิริยาตลาดขานรับเชิงบวกทันที ตลาดหุ้นฟื้นตัวทั้งดาวโจนส์ และ S&P 500 พุ่งขึ้น ขณะที่ Nasdaq ติดลบเล็กน้อย ส่วน Bond Yield สหรัฐอายุ 30 ปี อ่อนตัวมาอยู่ที่ 5.196% หลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2007 ขณะที่อายุ 10 ปีอยู่ที่ประมาณ
- ความผันผวนของกลุ่มเทคโนโลยีและชิป (AI) ในสหรัฐ
- AI Megatrend: ยังเป็นธีมระยะยาวที่แข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องรีบไล่ซื้อในวันที่ราคาพุ่ง แนะนำให้รอจังหวะตลาดปรับฐาน แล้วค่อยทยอยสะสม โดยเน้นกลุ่ม Infrastructure และโครงสร้างพื้นฐาน AI
Summary
อิหร่านกลับมาปิดช่องแคบฯอีกแล้ว น้ำมันโลกเดือดทันที “แม้ไม่ได้พุ่งแรงที่สุด แต่ก็ทำให้ต้นทุนพลังงานของเศรษฐกิจกลับมาสูงขึ้น”
Hormuz Effect กำลังเขย่าเงินเฟ้อโลก กดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) อายุ 10 ปี และ 30 ปีพุ่งขึ้นร้อนแรง ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วง ทองคำร่วง ค่าเงินดอลลาร์แข็ง
หลายคนคงสงสัย ทำไมสหรัฐต้องลุกขึ้นมาแทรกแซงตลาดบอนด์ และ Hormuz Effect ที่เกิดขึ้น Fed จะเดินเกมดอกเบี้ยต่อไปอย่างไร และผลกระทบลูกโซ่ไปยังตลาดลงทุนผันผวน จะต้องปรับแผนเสริมแกร่งให้พอร์ตลงทุนอย่างไรดี