Prachachat
พริษฐ์ ทุบกำแพงระบอบน้ำเงิน เปิดเกมไม่ไว้วางใจ รัฐบาลนั่งไม่ติดเก้าอี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ระบอบสีน้ำเงินกำลังถูกเขย่าอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณี “ฮั้ว สว.” นักการเมืองระดับท้องถิ่น โยงใยจนถึงการเมืองระดับชาติ มีแกนนำพรรคภูมิใจไทย ระดับรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
Key facts
- ที่หลายคนเริ่มพูดกันเยอะขึ้น คือ สั่งฟ้องบางคน ไม่สั่งฟ้องบางคน
- ถามว่าเราจะทำลายกำแพงที่ว่านี้อย่างไร สิ่งที่ทำให้มีความหวังที่สุดอย่างหนึ่ง คือผลออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชาชนต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าย้อนไปตอนนั้นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่กระตือรือร้นในการรณรงค์จริง
- ถ้าเราเอาคะแนนบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้ประมาณ 11 ล้านเสียง พรรคเพื่อไทย 5 ล้านเสียง รวมกัน 16 ล้านเสียง แต่คนที่ออกไปลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ที่ 21 ล้าน ดังนั้น
- ถ้าเราแปลง 21 ล้านเสียงนั้นออกมาเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ตอบโจทย์ประชาชนจริง หลายปัญหาที่เราคุยกันเรื่องระบบการเมืองที่ทำให้เกิดการฮั้วกันทั้งกระดานได้ก็จะถูกทลายลงไป
- ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคดีโกง สว. การโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH:AI พาสปอร์ต และ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
Summary
หนึ่งในตัวละครสำคัญที่ออกมาจุดกระแส-ตีแผ่ กลเกม “ฮั้ว สว.” คือ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อีกบทบาทหนึ่งเป็น “ประธานวิปฝ่ายค้าน”
“ ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “พริษฐ์” ในโหมดการต่อสู้กับระบอบสีน้ำเงิน เพราะเขาเชื่อว่าหากปล่อยผ่านเรื่องนี้จะทำให้ระบอบสีน้ำเงิน “ทำอะไรก็ไม่ผิด”
ถ้าเชื่อว่ากระบวนการการโกง สว. มีอยู่จริง เราก็จะเห็นการเข้าไปแทรกแซงการได้มาซึ่ง สว. เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ระบอบสีน้ำเงินสามารถไปยึดกุมองค์กรต่าง ๆ ได้ หากได้เสียงข้างมากใน สว. ก็จะกลายเป็นว่ากลุ่มการเมืองนั้นจะชี้ขาดได้ด้วยเช่นกันว่าใครจะไปนั่งในองค์กรอิสระต่าง ๆ ใครไปเป็น กกต. ใครไปเป็น ป.ป.ช. ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ตรวจสอบผู้มีอำนาจ รวมถึงรัฐบาล จะทำให้กลไกตรวจสอบถ่วงดุลก็จะอ่อนแอทันที