Khaosod
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยเทรนด์สิทธิบัตร “สิ่งทอเพื่ออุตสาหกรรมกีฬา” แนะไทยต่อยอดสู่ฐานผลิตสิ่งทอกีฬาอาเซียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีสิทธิบัตร “นวัตกรรมสิ่งทอเพื่ออุตสาหกรรมกีฬา” พร้อมชี้ว่าไทยมีศักยภาพต่อยอดจุดแข็งด้านชีวมวลและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อก้าวสู่ฐานการผลิตและพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอกีฬาในภูมิภาคอาเซียน
Key facts
- วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกในระยะ 20 ปี (2550 – 2567) พบเทคโนโลยีสิ่งทอเพื่ออุตสาหกรรมกีฬารวมกว่า 19,347 กลุ่มสิทธิบัตร
- กลุ่มเทคโนโลยีสิ่งทออัจฉริยะ (Smart Textile) มีขนาดเล็กที่สุด 4,300 กลุ่มสิทธิบัตร หรือประมาณ 21.3% ของสิทธิบัตรทั้งหมดในด้านนี้ แต่เติบโตเร็วที่สุด ปัจจุบันอยู่ในระยะเติบโตแบบเร่งตัว โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 14.3% ต่อปี ครอบคลุมเทคโนโลยีที่ผสานอิเล็กทรอนิกส์และการตรวจวัดเข้ากับโครงสร้างของผ้าและเส้นใย
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยบทวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีสิทธิบัตร “นวัตกรรมสิ่งทอเพื่ออุตสาหกรรมกีฬา”
- อย่าง Aladdin Manufacturing บริษัทผู้ผลิตเส้นใยและโพลีเอสเตอร์เชิงหน้าที่ขนาดใหญ่จากสหรัฐอเมริกา 192 กลุ่มสิทธิบัตร คิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 1% ของสิทธิบัตรในภาพรวม ตามด้วย Nanya Plastics จากไต้หวัน 180 กลุ่มสิทธิบัตร และ Sanko Tekstil
- ประเทศจีนเป็นผู้นำที่ 3,633 กลุ่มสิทธิบัตร (47.1% ของกลุ่มนี้) สำหรับผู้เล่นหลักส่วนใหญ่เป็นบริษัทเคมีเส้นใยและบริษัทรีไซเคิลพอลิเมอร์ เช่น Lenzing, Aladdin Manufacturing, Nanya Plastics, Dystar เป็นต้น
- ในส่วนของการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรนวัตกรรมสิ่งทอสำหรับอุตสาหกรรมกีฬาในประเทศไทย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2569) พบว่า มีคำขอรวมทั้งสิ้น 64 คำขอ แบ่งเป็นคำขอสิทธิบัตร 53 คำขอ และอนุสิทธิบัตร 11 คำขอ
Summary
วันที่ 22 สิงหาคม 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกในระยะ 20 ปี (2550 – 2567) พบเทคโนโลยีสิ่งทอเพื่ออุตสาหกรรมกีฬารวมกว่า 19,347 กลุ่มสิทธิบัตร จำนวนการยื่นคำขอเพิ่มขึ้นจาก 391 กลุ่มสิทธิบัตรในปี 2550 สู่จุดสูงสุดที่ 1,966 กลุ่มสิทธิบัตรในปี 2564 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 9.0% ต่อปี ครอบคลุมเทคโนโลยีตั้งแต่เส้นใยสังเคราะห์รุ่นใหม่ ผ้าฝังเซ็นเซอร์ ไปจนถึงกระบวนการรีไซเคิลขั้นสูง
นางอรมน กล่าวว่า การแข่งขันในระดับโลกของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตสิ่งทอแบบดั้งเดิม แต่ขยายไปสู่การแข่งขันข้ามอุตสาหกรรม โดยมีทั้งบริษัทเทคโนโลยี บริษัทเคมีภัณฑ์เฉพาะทาง และสตาร์ตอัพด้านอุปกรณ์สวมใส่เข้ามามีบทบาท โครงสร้างผู้ถือสิทธิจึงมีการกระจายตัวสูง โดยผู้ถือสิทธิรายใหญ่ที่สุด
สำหรับมิติเชิงภูมิศาสตร์ ประเทศจีนครองความเป็นผู้นำในเชิงปริมาณสิทธิบัตรอย่างชัดเจนด้วยจำนวน 7,086 กลุ่มสิทธิบัตร คิดเป็น 37.7% ของสิทธิบัตรในด้านนี้ สอดคล้องกับสถานะการเป็นฐานการผลิตสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับการลงทุนด้าน R&D ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทศวรรษที่ผ่านมา และขนาดของตลาดภายในประเทศที่เป็นแรงจูงใจให้เกิดการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก