Thai Post
ผอ.JIC โต้กัมพูชา เส้นเขตแดนไม่ถูกกำหนดขึ้นใหม่ด้วยแถลงการณ์ไร้ข้อเท็จจริง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผอ.JIC ยันไทยไม่มีนโยบายรุกรานยึดครองดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้แยก "ข้อกล่าวหา" ออกจาก "ข้อเท็จจริง" ลั่นไม่แข่งขันถ้อยคำ แต่พร้อมรักษาอธิปไตย ย้ำไทยยึด GBC-JBC ชูหลัก "ไม่ยั่วยุ-ไม่ประมาท-ไม่สร้างความขัดแย้ง" แต่พร้อมปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยประชาชน
Key facts
- 22 สิงหาคม 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร
- รัฐบาลอนุมัติงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
- รัฐบาลอนุมัติงบ 433.5 ล้านบาท ให้ มท. เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างบังเกอร์ -หอกระจายข่าว เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย
- ผอ.JIC ยันไทยไม่มีนโยบายรุกรานยึดครองดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้แยก "ข้อกล่าวหา"
- 'ผอ.JIC' สวน 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนปมบ้านหนองจาน ย้ำเขมรต้องกลับพื้นที่ของตนเอง
- ตชด. แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเรื่องของบแล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณา
Summary
22 สิงหาคม 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (ผอ.JIC) ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อกัมพูชาเผยแพร่แถลงการณ์กล่าวหาฝ่ายไทยว่าแผ้วถางพื้นที่ สร้างถนน และจัดทำที่มั่นทางทหาร อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และขอให้แยก “ข้อกล่าวหา” ออกจาก “ข้อเท็จจริง”
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า จุดยืนของประเทศไทยมีความชัดเจนมาโดยตลอดว่า ไม่มีนโยบายรุกรานหรือยึดครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินการของฝ่ายไทยในพื้นที่ชายแดนมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน ป้องกันภัยคุกคาม และดูแลความมั่นคงในพื้นที่ภายใต้การควบคุมและความรับผิดชอบของฝ่ายไทย โดยคำนึงถึงข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าหากกัมพูชายืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของกัมพูชา ไทยจะตอบอย่างไร พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ใครจะกล่าวอ้างอะไรก็สามารถกล่าวได้ แต่ข้อกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวอ้างนั้นกลายเป็นข้อเท็จจริงโดยอัตโนมัติ หากมีความเห็นต่างว่าแนวเขตอยู่ตรงไหน หรือกิจกรรมใดเกิดขึ้นในพื้นที่ใด วิธีที่ถูกต้องคือ นำแผนที่ หลักฐาน และข้อเท็จจริงเข้าสู่กลไกที่สองประเทศยอมรับร่วมกัน